ขอทริป “ฮ่องกง” ที่มี “ของกินออกมา” กับ 11 เมนูน่าลอง

ฮ่องกง

ฮ่องกง – พี่ๆ ขอทริปที่มีของกินออกมา !!! จัดไปตามคำเรียกร้องทริปที่มีของกินออกมานี่ต้องยกให้กับที่นี่เขาแหละ “ฮ่องกง” เพราะที่นี่ฮิตติดชาร์ตตั้งแต่รุ่นอาม่า อากง ที่แบบใครไปต่างประเทศก็มักจะต้องเคยไปฮ่องกง ความโดดเด่นเรื่องอาหารที่นี่จึงไม่เป็นรองใคร อาจจะมันบ้าง จืดบ้างแต่ก็มีมิชลินสตาร์หลายร้านเช่นกัน ยิ่งของกินยุคใหม่ๆ เหมาะกับวัยรุ่นอย่างเราแล้วมีร้านดีๆผุดขึ้นมาเยอะมาก ทำเอาจำไม่รู้ลืม และอยากกลับไปอีกเพราะเรื่องของกินนี่แหละ…ตามฉันมา 6 August Journey จะพาไปตะลุยกินให้ตัวระเบิดที่เกาะฮ่องกง

 


 1. ข้าวอบหม้อดิน (Four Season Pot Rice)


ฮ่องกง

ข้าวอบหม้อดิน : ถือเป็นเมนูชูโรงของร้านนี้ ด้วยเรตติ่งของการให้คะแนนจาก tripadvisor และ OpenRice ที่ไม่ได้ให้คะแนนสูงแบบสุดโต่งแต่ว่า 80% โอเคกับร้านนี้ ไปทีไรก็ต้องแวะมาร้านนี้ทุกที แต่ข้อเสียคือช่วงเย็นๆจะมีคิวยาวรอนาน และ ราคาค่อนข้างแพงถ้าพูดถึงร้านนี้ แต่ที่ทำให้ใครหลายคนติดใจที่จะมาเพราะเมนูที่หลากหลายนั้นเอง ส่วนเมนูนี้หลายคนก็บอกว่าเค็มเกินไปสำหรับชาวต่างชาติ แต่สำหรับเรา เราว่ามันจืดเกินไปด้วยซ้ำ แต่เขาก็มีซีอิ้วดำให้ใส่นั้นแหละ เพิ่มความเค็มก็อร่อยขึ้น ไก่ที่เห็นจะเป็นไก่ติดกระดูก โรยขิงอ่อน เปิดฝาหม้อมาก็หอมสุดๆ

วิธีกินที่ถูกต้อง : โรยด้วยซีอิ้วดำให้ทั่ว แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน อย่าให้ข้าวติดก้นหม้อ จะถือว่าอร่อยแล้ว
ราคา : 52 HKD (ตอนปี 2016)

ชื่อร้าน : Four Seasons Pot Rice
ที่ตั้ง : 46-58 Arthur Street, Yau Ma Tei
เวลา : 5:30pm – 12:00am
การเดินทาง : สถานี Yau Ma Tei ทางออก C 

 

 


2. หอยนางรมทอด (Four Season Pot Rice)


ฮ่องกง

หอยนางรมทอด : อย่างที่บอกไปว่าร้านนี้ค่อนข้างมีเมนูที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นเป็นหอยทอดตัวโตแห่งร้านนี้ ถ้าพูดในมุมมองของคนทั่วไป จะบอกว่าที่นี่หอยกรอบอร่อยมาก แต่ในมุมมองเราขอติเรื่องความมัน ที่มันมากๆ แต่หอยใหญ่ และกรอบมากจริงๆ คือเขาจะมีกะทะถอดแบบ MacDonald ที่ใช้ทอดเฟรนซ์ฟราย แล้วหอยนางรมใหญ่ๆเต็มตะแกรง ทีเด็ดคือน้ำจิ้มรสเด็ดนั้นแหละ กินแบบร้อนๆ กรอบๆ ถ้าอย่างคนไทยจะติดว่าหอยทอดต้องกินกับซอสพริก ที่นี่ก็ขวดซอสพริกวางข้างๆนะ แต่แค่น้ำจิ้มที่เขาให้มาก็อร่อยแล้วแหละ ถือว่าประทับใจสำหรับเมนูนี้ คุ้มค่าคุ้มราคาที่ต้องบอกต่อ

ราคา : 40 HKD (ตอนปี 2016)

ชื่อร้าน : Four Seasons Pot Rice
ที่ตั้ง : 46-58 Arthur Street, Yau Ma Tei
เวลา : 5:30pm – 12:00am
การเดินทาง : สถานี Yau Ma Tei ทางออก C 

 

 


3. โจ๊กปลา (Sea View Congee)


ฮ่องกง

โจ๊กปลา – ร้านนี้มีหลายสาขาเป็นที่นิยมสำหรับคนไทย ซึ่งไม่รู้ที่มาที่ไปว่าเพราะอะไรคนไทยถึงนิยม ความดีงามของที่นี่คือเปิด 24 ชั่วโมง แปลว่าจะเช้าแค่ไหนก็มีของกิน หรือ จะดึกแค่ไหนก็ตาม แถมราคาไม่แพง เมนูที่มีขายหลักๆก็จะเป็น โจ๊กต่างๆ น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ยาวเป็นฟุต บะหมี่ และข้าวหน้าหมู เราขอพูดถึงเมนูที่เราสั่งคือโจ๊กไข่เยี่ยวม้า และปาท่องโก๋ฟุต ที่ถูกตัดแล้ว เราว่าจุดเด่นของโจ๊กร้านนี้คงเป็นความเนียนของเนื้อโจ๊กนั้นแหละ ที่จะเนียน ละมุน ทำกันร้อนๆ บวกความเค็มนิดๆของเกลือที่ใส่เข้าไป สร้างรสชาติอร่อยๆขึ้นอีก ถือว่าเป็นอีกร้านที่ควรมาทานกันตอนเช้าๆ ส่วนเมนูอื่นอย่างแซนวิชเราว่าเฉยๆนะบอกจากใจจริง

ราคา : โจ๊กปลา 52 hkd, ปาท่องโก๋ 11 hkd, เซ็ตแซนวิช 33 hkd (ตอนปี 2016)

ชื่อร้าน : Sea View Congee #1
สาขาที่ 1 : G/F., 103 Argyle Street., Mong Kok, Kowloon
สาขาที่ 2 : Shop B, G/F, 72 Bute Street, Mong Kok, Kowloon
สาขาที่ 3 : Shop A&B, G/F, Jade Plaza, 298 Sha Tsui Rd., Tsuen Wan, N.T
สาขาที่ 4 : G/F, 55 Ngau Tau Kok Rd., Ngau Tau Kok, Kowloon
เวลา : 24 ชั่วโมง

 

 


4. ไอศครีม (Disneyland)


ฮ่องกง

ไอศครีมดีสนีย์แลนด์ – อะไรก็แพงไปทุกอย่างสำหรับดินแดนแห่งนี้ อย่างไอศครีมสติชแท่งนี้สนนราคาที่ 150 บาทไทยได้ คุณพระ!!! แต่มันก็อร่อยดีนะเปรี้ยวๆหวานๆ สดชื่นขึ้นมาได้เลยสำหรับของกินในนี้ ถือว่าเป็นอีกทางเลือกที่มาถึงดินแดนแห่งนี้แล้วควรหาอะไรที่เป็น Signature ทานกันดับกระหายได้ ตามจริงในสวนสนุกมีไอศครีมขายหลายจุด และไม่ได้มีแค่สตริช คือมีมิกกี้ เมาส์ มีมินนี่เมาส์ เลยขอแนะนำสำหรับใครหลายคนที่หาพร็อพถ่ายรูปลองซื้อไอศครีมสักแท่งสิ รับรองน่ารักเชียว

 


5. วาฟเฟิลมิกกี้เมาส์ (Disneyland)


ฮ่องกง

วาฟเฟิลมิกกี้เมาส์ – จะมีแค่ เฉพาะโซน Main Street, USA ในดีสนีย์แลนด์คนจะเยอะ และ บังหน้าร้านเป็นพิเศษ กรอบนอก นุ่มใน มาพร้อมกับช็อคโกแลต และ สตรอเบอรี่ ส่วนเรื่องราคาก็แรงตามความเป็น Signature นั้นแหละ ไม่ได้หากินง่ายๆที่ไหนนะ นอกจากวาฟเฟิลแล้วยังมี แพนเค้กรูปมิกกี้เมาส์ด้วย สาวกมิกกี้เมาส์ห้ามพลาด โดยวาฟเฟิลตัวนี้เท่าที่ลองหาดูเหมือนจะมีขายที่ Disney land ฝรั่งเศส แต่สำหรับเราชาวเอเซียแล้วดีที่มีที่ฮ่องกง อาจจะเป็นเพราะเมนูนี้เองจึงมีเครื่องทำวาฟเฟิลรูปมิกกี้เมาส์ขายด้วยแหละ ลองคิดดูว่ามันอร่อยขนาดไหน

 

เคล็ดลับประหยัดงบฮ่องกง
ตั๋วเครื่องบิน
– ตามจริงแล้วเราถ้าใครติดตามเราจริงๆจะรู้ว่าเราเที่ยวทั่วอาเซียนด้วยตั๋วโปรล้วนๆ เพราะจะช่วยเราประหยัดไปได้เยอะ ปกติแล้วภาษีสนามบินของฮ่องกงจะแพงอยู่แล้ว เราเลยชอบหาโปรที่ช่วยลดตั๋วบิน ตัวช่วยที่ดีที่เราใช้บ่อยคือ Traveloka เพราะเขามีโปรโมชั่นทุกวัน แต่ละวันไม่ซ้ำกันที่สำคัญเห็นราคาเท่าไรก็จ่ายเท่าที่เห็น อย่างถ้าจองโดยตรงกับสายการบินจะโดนค่าตัดบัตรเครดิต 200 บาทแน่ๆ

แต่จองผ่าน Traveloka ไม่มีเรื่องค่าใช้จ่ายยิบย่อย จ่ายเท่าที่เห็นอีกอย่างไม่ต้องมีบัตรเครดิตก็ใช้ได้ เพราะเขาจะให้เวลาเราในการชำระเงินผ่านช่องทางต่างๆ สะดวกไปอีก สำหรับตั๋วเครื่องบินฮ่องกงสามารถจองผ่าน https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Hong-Kong.HKG/1 ได้เลย รับรองช่วงประหยัดได้เยอะสำหรับทริปฮ่องกงทริปนี้

 

 


6. ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น ( Ngong Ping 360)


ฮ่องกง

ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น – มันต่างจากก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเมืองไทยยังไง ? สังเกตสีลูกชิ้นสิแปลกจากไทย ใหญ่ และ อร่อยมากโดยเราเลือกเมนูนี้มาเพราะอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวอย่างพระใหญ่ที่คนไทยนิยมขึ้นไหว้กัน โดยเมื่อขึ้น  Ngong Ping 360 ขึ้นมาแล้วจะเจอร้านอาหารมากมาย อย่าง Starbuck และ Subway แต่อยากให้ลองสังเกตร้านบ้านๆ ท้องถิ่นบนนั้นโดยที่มีป้ายภาษาไทยเขียนไว้ด้วยแหละ พนักงานก็ตะโกนเสียงดังเป็นภาษาไทย “กินอะไรดี ก๋วยเตี๋ยวก็มีนะ เต้าฮวยก็อร่อย” มีหรอที่เราจะไม่เข้าร้านแบบนี้ รสชาติโอเคประทับใจสุดๆ ที่สำคัญราคาไม่แรงมาก แม้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวก็ตาม

 

 


7. ทาโกยากิ (Gindaco)


ฮ่องกง

ทาโกะยากิ – ตามจริงไม่ได้ตั้งใจจะกินแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะว่ามันอยู่ในย่านช็อปปิ้งอย่างถนน Fa Yuan Street แหล่งรวมร้านรองเท้าที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง แต่สิ่งที่แถมมาด้วยกับย่านนี้ก็คือ ของทอด ของย่าง และ ทาโกะยากิ ที่มีคนต่อแถวยาวมาก แล้วเมนูเยอะมากทาโกะไส้ไหน ร้านไหนอร่อยจะสังเกตได้ไม่ยาก เพราะร้านนั้นคนจะต่อแถวยาวมาก ร้าน Gindaco นั้นหลายคนยกย่องให้เป็น The best of Hong Kong ถึงกับมามีแฟรนไชนส์เปิดที่เมืองไทยบนเซนทรัลลาดพร้าว โดยที่ฮ่องกงเขาจะขายเป็นชุดกับชาเขียว ทานพร้อมกันมันจะละมุนสุดๆแก้เลี่ยนได้ดีด้วยสำหรับชาเขียว

ราคา : 23 HKD (ปี 2016)

ชื่อร้าน : Gindaco
ที่ตั้ง : G/F, 40Q Shantung Street, Mong Kok

 

 


8. ซูชิ 3 เหรียญ (Sushi Take Out)


ฮ่องกง

ซูชิ 3 เหรียญ – จากร้าน Sushi Take Out เป็นเมนูเดียวที่ทำให้ทริปเที่ยวฮ่องกงประหยัดไปได้เยอะ เพราะตกแล้วซูชิคำล่ะ 12 บาทไทยเท่านั้น ที่สำคัญมีหลายสาขาทั้วเมืองสามารถหาซื้อได้ง่าย โดยสาขาส่วนใหญ่จะอยู่ที่ MTR คุ้มค่าที่คุณคู่ควรเพราะแซลม่อนเต็มๆ หลังร้านเขาจะมีการทำซูชิแบบสดๆวันต่อวัน ส่วนหน้าร้านก็จะเป็นเพียงจุดขาย โดยเมนูก็จะมีซูชิหน้าปลาไหล ซูชิแซลม่อน ซูชิหอยปีกนก ซูชิหมึกยักษ์ ขายเป็นกล่องก็มีเช่น 6 ชิ้นราคา 24 HKD หรือ 100 บาทไทยได้ นี่ราคาถูกกว่าไอศครีม 1 แท่งในดีสนีย์แลนด์อีก ที่่สำคัญร้านนี้ใช้บัตร Octopus ได้ด้วย

ราคา : 3 HKD

ชื่อร้าน : Sushi Take Out
ที่ตั้ง : มีหลายสาขามากส่วนใหญ่จะฝั่งตัวอยู่ตาม MTR
เวลา : 24 ชั่วโมง

 

 


9. บะหมี่เกี๊ยวยักษ์ (Mak’s Noodle)


ฮ่องกง

บะหมี่เกี๊ยวยักษ์ – แห่งร้านสุดดังอย่าง Mak’s noddle โดยคนฮ่องกงเขาจะรู้จักร้านนี้ในนามว่า Mak Un Kee หลายแหล่งข่าวถึงกับให้สมยานามว่าเป็น Famous noddle โดยเขาขายแต่บะหมี่ กับ เกี๊ยวน้ำนั้นแหละ ขายอยู่แค่นี้แต่ได้ดาวจากมิชลินสตาร์นะคุณผู้ชม โดยเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1960 และสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 3 ให้แล้วสำหรับบะหมี่แห่งนี้ ความพีคของที่นี่อีกเรื่องคือ ราคา !!! คือปกติแล้วทั้งเกาะฮ่องกงก็จะราคาประมาณนี้แหละ แต่ถ้วยบะหมี่ร้านนี้ เป็นถ้วยขนมหวานบัวลอยบ้านเรา 55+ พูดถึงร้านไปแล้ว ขอพูดถึงเรื่องรสชาติอาหารกันบ้าง เส้นบะหมี่ไข่เป็ดเหนียวนุ่มถูกใจ น้ำซุปหวานอร่อย แต่เราว่าเคล็ดลับที่แท้จริงคงอยู่ที่คนปรุง คือเขาคลุกเขาปรุงมาอย่างดี

วิธีกิน : อย่าตกใจถ้าจะไม่เห็นเกี๊ยวน้ำ เพราะมันอยู่ก้นชาม เวลาจะกินก็งัดขึ้นมาได้ ชิมก่อนปรุงนะ

ราคา : 55 hkd (ปี 2016)

ชื่อร้าน : MAK’S Noodle
ที่ตั้ง :
1.) G/F., 77 Wellington Street, Central [11.00-20.00]
2.) G/F., 44 Jardine’s Bazaar, Causeway Bay [10.00-00.00]
3.) Shop K9, G/F., OC X’Press, Olympian City 2, Kowloon [10.00-22.00]
4.) G/F., 55 Parkes Street, Jordan [ 11.00-00.30]
เวลา : 24 ชั่วโมง

 

 


10. ไอศครีมโคนสูง (Oddies foodies)


ฮ่องกง

ไอติม วาฟเฟิลบอล – แห่งร้าน Oddies foodies ที่เขาหยิบวาฟเฟิลบอล ที่เป็นขนมสัญชาติฮ่องกงโดยแท้ มาผสมกับไอศตรีมโฮมเมด โดยความโดดเด่นของร้านนี้จะเข้ากับวัยรุ่นสมัยใหม่ เป็นขวัญใจวัยรุ่นฮ่องกง คือร้านจะตกแต่งแบบเรียบๆเลย แต่แฝงไปด้วยความน่ารักของการเพนต์ลายน่ารักต่างๆ และร้านจะไม่ใหญ่มากเป็นเหมือนห้องแถวแคปๆเลย ทำให้สังเกตง่ายๆคือจะมีวัยรุ่น ต่อแถว หรือ ยืนกินกันเป็นกลุ่มบริเวณหน้าร้าน มาพูดถึงเมนูเขาบ้าง คือไอศครีมร้านนี้จะค่อนข้างอลังการงานสร้าง เหมือนหม่อมแม่ไฮโซที่ต้องตีกระบังผม ที่นี่ก็เช่นเดียวกันโคนยาว ทร็อปปิ้งก็สูงเช่นกัน โดยเมนูที่เขา Recommend นั้นจะเป็น Night Wolf, The Mob และ Loner โดยเมนูตามภาพที่เราสั่งเป็น Night Wolf โห้ยอย่าให้พูด คือช็อคโกแลตแน่นเวลาที่กัดวาฟเฟิลไส้ถึงกับทะลักออกมา กรอบนอกนุ่มในสุดๆสำหรับวาฟเฟิล มาด้านไอศครีมก็ดาร์คได้ใจสุดๆ เข้มข้นสมคำร่ำรือ ตกท้ายด้วยก้นแก้วที่บางครั้งก็เป็นมะม่วง หรือ เสาวรส ที่มีเพื่อตัดเลี่ยนส่งท้าย อร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ

ราคา : 60 hkd (ปี 2016)

ชื่อร้าน : Oddies Foodies
ที่ตั้ง : Gough Street, Central
เวลา : 13:00 – 22:00 (ปิดวันจันทร์)

 

 


11. ติ่มซำ (One Dim Sum)


ฮ่องกง

ติ่มซำ – ร้าน One Dim Sum เมนูที่ยากสุดๆ เพราะเกาะแห่งนี้มีติ่มซำทั่วเกาะจริงๆ และร้านอร่อยก็เยอะมาก ที่เรายกร้านนี้มาเพราะเหตุผลเดียวเลยว่าที่นี่ได้ดาวจากมิชลินสตาร์ ซึ่งปกติแล้วหลายคนจะนึกถึงร้าน Tim Ho Wan ที่มีสาขาที่เมืองไทย แต่เราขอเชียร์ร้านนี้ที่เขาได้รับดาวเมื่อปี 2012 โดยได้มา 1 ดาวสิ่งที่พิเศษกว่าดาวก็คือราคาไม่แรง เราเอื้อมถึงได้ ซึ่งร้านแห่งนี้อยู่ย่านมงก๊ก (Mong Kok) โดยราคาติ่มซำที่นี่จะตกราคาเมนูล่ะ 70-90 บาทได้ คือเราว่ามันถูกสุดสำหรับอาหารในฮ่องกงแล้ว โดยติ่มซำนั้นจะมากันแบบลูกใหญ่ ไส้แน่น อร่อยดี แต่ก็จะมีบางเมนูที่หลายคนไม่ได้ชอบใจมากนัก อย่างข้าวเหนียวนึ่งหอใบบัว ที่ข้าวจะแฉะไปนิดนึง แต่สำหรับบางคนอาจจะชอบก็ได้ โดยรวมแล้วเราว่าโอเคเลย

ชื่อร้าน : One Dim Sum
ที่ตั้ง : 15 Playing Field Road, Prince Edward
เวลา : 11:00 – 00:00 (จันทร์ – ศุกร์) 10:00 – 00:00 (เสาร์ – อาทิตย์)
การเดินทาง : MTR Prince Edward (ทางออก A)

จบไปแล้วสำหรับ 11 เมนูที่คัดมาให้ตามรอยกัน มีทั้งแพงสุดๆ และเมนูที่ช่วยให้ดำรงชีพในฮ่องกงได้เรื่อยๆ แต่เอาเข้าจริงมาทั้งทีเราแนะนำให้ลอง เพราะฮ่องกงเขาขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกินอยู่แล้ว แต่จะถูกปากเราหรือไม่ก็อีกเรื่องนึง เตรียมท้องไปกินไว้เยอะๆ เพราะว่าที่ฮ่องกง ถ้าเที่ยวจริงๆเดินเยอะมาก พลังงานจากการกินทั้งหมดจะหมดไปกับการเดิน ไม่ต้องกลัวที่จะอ้วนเลย แล้วอีกเทคนิคที่อยากฝากไว้คือบัตร Octopus ที่สามารถช่วยให้เรากิน แล้ว ก็กินได้อย่างสะดวกมาก ขอให้ทุกคน Enjoy Eating กันที่ฮ่องกงจ้า … 6 August Joureney ขอฝากตัวไว้เท่านี้แล้วพบกันทริปหน้าเจ้จะพากินอีกทุกๆเมืองเลย

3,872 total views, 8 views today