Graceful Sunday | พระเจ้ารับเราเป็นบุตร

พระเจ้ารับเราเป็นบุตร – หัวข้อเทศนาประจำวันอาทิตย์ที่ 9 Dec 2018 โดยศจ.มนูญศักดิ์ กมลมาตยากุล ที่คริสตจักรใจสมานสุขุมวิท 6 พูดถึงความหมุนไวของโลกในยุคปัจจุบัน จนทำให้ใครหลายคนปรับตัวไม่ทัน หลายคนเกิดความกลัวภายในจิตใจ กลัวจน กลัวการเลิกลา กลัวตาย บางคนรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว ไม่มีที่พึ่งพาในจิตใจ แต่พวกเราคริสเตียนกลับมีพ่อในสวรรค์ที่รักและดูแลชีวิตเราให้ผ่านพ้นเรื่องราวเหล่านี้ไปได้ มาดูกันว่าพ่อในสวรรค์ของเราเป็นยังไง

1.) พ่อที่มีความรักมั่นคง


พระเจ้าเป็นความรัก (God is love) เรื่องนี้หลายคนรู้ดี พระเจ้ากริ้วช้า และมีความรักมั่นคง คริสเตียนหลายคนก็มีชัยเหลือล้นเพราะความรักของพระเจ้าที่มีในชีวิตเราอย่างเหลือล้นเช่นกัน

 

2.) พ่อที่จัดเตรียมสิ่งจำเป็นในชีวิตให้กับลูก


จงดูนกในอากาศ มันไม่ได้หว่านหรือเก็บเกี่ยวหรือสะสมไว้ในยุ้งฉาง แต่พระบิดาของท่านในสวรรค์ทรงเลี้ยงดูหมู่นก ท่านไม่ล้ำค่ายิ่งกว่านกเหล่านั้นหรือ (มธ 6:26)

ลองดูนกในอากาศ เคยเห็นนกตัวไหนหน้านิ่วคิ้วขมวดกังวลว่าจะมีหนอนกินไหมในวันนี้บ้างไหม ? เคยเห็นนกตัวไหนตุนหนอนไว้ไหม เคยเห็นนกตัวไหนทำหนอนแดดเดียวไว้ไหม แล้วเราเป็นลูกพระเจ้าจะกังวลทำไม จะกล้วจน จะกลัวอดอยากทำไม เมื่อเชื่อและวางใจจะไม่มีทางอดอยาก

 

 

3.) พ่อที่ประทานของดี


จงขอแล้วจะได้ จงหาแล้วจะพบ จงเคาะแล้วจะเปิดให้แก่ท่าน (มธ 7:7)

พ่อที่ดีจะประทานของดีแกลูกที่ทูลขอต่อพระองค์ พระเจ้าดีเสมอ เพราะเจ้าก็จะให้สิ่งดีต่อเราเสมอเช่นกัน ในชีวิตเรา

 

 

4.) พ่อที่เตรียมแผนการที่ดีให้กับลูก


พระเนตรของพระองค์ทรงเห็นส่วนประกอบของข้าพระองค์ในเมื่อยังไม่สมบูรณ์ ในวันทั้งหลายที่กำลังประกอบขึ้น เมื่อครั้นยังไม่เกิดขึ้น อวัยวะทั้งหลายของข้าพระองค์ก็ทรงจารึกไว้ในพระตำรับของพระองค์ (สดด 139:16)

ความละเอียดถี่ถ้วนของพระเจ้าสร้างเรามาให้พิเศษ เชื่อไหมว่าคน 7000 ล้านคนทั่วโลกไม่มีใครที่จะเหมือนเราทุกประการ พระเจ้าสร้างเรามาให้พิเศษ ไม่ใช่แค่หน้าตาของเรา แต่รวมทั้งชีวิตของเราด้วยที่พิเศษ ให้พระเจ้านำพาชีวิต

 

 

5.) พ่อที่ให้คำสั่งสอนที่ดี


บุตรชายของเราเอ๋ย จงฟังและรับถ้อยคำของเรา เพื่อปีเดือนแห่งชีวิตของเจ้าจะมากหลาย เราได้สอนเจ้าในเรื่องทางปัญญาแล้ว เราได้นำเจ้าในวิถีของความเที่ยงธรรม เมื่อเจ้าเดิน ย่างเท้าของเจ้าจะไม่ถูกขัดขวาง และเมื่อเจ้าวิ่ง เจ้าจะไม่สะดุด จงยึดคำสั่งสอนไว้ และอย่าปล่อยไป จงระแวดระวังเธอไว้ เพราะเธอเป็นชีวิตของเจ้า อย่าเข้าไปในวิถีของคนชั่ว และอย่าเดินในทางของคนชั่วร้าย (สภษ 4:10-14)

คริสเตียนไม่น้อยที่ละเลยต่อคำสอน ไม่อ่านคำสอนพระคัมภีร์ ซึ่งแท้จริงแล้วเราต้องดำเนินชีวิตให้เป็นพรที่จะส่งต่อคนรอบกาย อย่าคิดเองเออเองโดยยึดความคิดตัวเองทั้งหมด

 

6.) พ่อที่รับผิดชอบในการตีสอนลูก


และท่านได้ลืมคำเตือนนั้นเสีย ซึ่งได้เตือนท่านเหมือนกับเตือนบุตรว่า `บุตรชายของเราเอ๋ย อย่าดูหมิ่นการตีสอนขององค์พระผู้เป็นเจ้า และอย่าระอาใจเมื่อพระองค์ทรงติเตียนท่านนั้น เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตีสอนผู้ที่พระองค์ทรงรัก และเมื่อพระองค์ทรงรับผู้ใดเป็นบุตร พระองค์ก็ทรงเฆี่ยนตีผู้นั้น’ ถ้าท่านทั้งหลายทนเอาการตีสอน พระเจ้าย่อมทรงปฏิบัติต่อท่านเหมือนท่านเป็นบุตร ด้วยว่ามีบุตรคนใดเล่าที่บิดาไม่ได้ตีสอนเขาบ้าง แต่ถ้าท่านทั้งหลายไม่ได้ถูกตีสอนเช่นเดียวกับคนทั้งปวง ท่านก็ไม่ได้เป็นบุตร แต่เป็นลูกที่ไม่มีพ่อ อีกประการหนึ่ง เราทั้งหลายได้มีบิดาตามเนื้อหนังที่ได้ตีสอนเรา และเราจึงได้นับถือบิดานั้น ยิ่งกว่านั้นอีก เราควรจะได้ยำเกรงนบนอบต่อพระบิดาแห่งจิตวิญญาณและจำเริญชีวิตมิใช่หรือ เพราะแท้จริงบิดาเหล่านั้นตีสอนเราเพียงชั่วเวลาเล็กน้อย ตามความเห็นดีเห็นชอบของเขาเท่านั้น แต่พระองค์ได้ทรงตีสอนเราเพื่อประโยชน์ของเรา เพื่อให้เราได้เข้าส่วนในความบริสุทธิ์ของพระองค์ ดังนั้นการตีสอนทุกอย่างเมื่อกำลังถูกอยู่นั้นไม่เป็นการชื่นใจเลย แต่เป็นการเศร้าใจ แต่ภายหลังก็กระทำให้เกิดผลเป็นความสุขสำราญแก่บรรดาคนที่ต้องทนอยู่นั้น คือความชอบธรรมนั้นเอง (ฮบ 12:5-11)

พ่อที่ดีต้องรับผิดชอบในการตีสอนลูกเพื่อให้เกิดการกลับใจจากความผิดบาป การตีสอนเหล่านี้เป็นสิ่งที่คริสเตียนทุกคนกลัว แต่บางคนก็ดื้อจนกลายเป็นความดันทุรัง การตีสอนของพระเจ้ามีหลายรูปแบบแต่ทำให้เราสำนึกและกลับใจ อย่าหนีหน้าไปจากพระเจ้าเลย

 

ขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/en/

351 total views, 3 views today