Sushi Sasuga Bangna 鮨流石 โอมากาเสะเปิดใหม่ ย่านบางนา

Sushi Sasuga Bangna

Sushi Sasuga Bangna 鮨流石 – ดีใจแทนชาวบางนะค่ะซิส ที่ถ้าอยากทานโอมากาเสะเมื่อไร ตอนนี้เขาก็มีร้านโอมากาเสะมาเปิดใกล้บ้านแล้ว ก่อนถึง Central บางนา เมนูตามใจเชฟ คุณภาพพรีเมี่ยมไม่มีที่ติ ตามคุณผึ้ง 6 August Joueney มาจะมารีวิวคอร์สที่นี่ให้อ่านกัน

ข้อมูลร้าน


ห้องอาหาร: Sushi Sasuga Bangna 鮨流石
เวลา: 
LUNCH 11:30 – 15:00
DINNER 17:00 – 22:00
LINE Official: @sasuga
Facebook: https://www.facebook.com/sushisasuga/
Website: https://www.sushi-sasuga.com/
การเดินทาง: รถยนต์ส่วนตัว หรือ BTS สถานีอุดมสุข แล้วต่อแท็กซี่มา
มีที่จอดรถ: มี
ช่องทางชำระเงิน: ทุกช่องทาง
Package

คอร์สที่คุณผึ้งลองในวันนี้ เป็น Dinner คนละ 2,900++ ถือว่าประทับใจค่ะ เรื่องราคา คุณภาพ และ ความใกล้บ้าน บอกเลยว่าต้องมาซ้ำแน่ๆ แถมเชฟพูดไทยได้บ้าง ภาษาอังกฤษได้บ้าง สื่อสารให้เราเข้าใจ

เปิดมาที่เมนูแรก Otashi หัวปลาต้มโชยุ ผสม ต้นหอมญี่ปุ่น เป็นเมนูเปิดรสสัมผัส มีความละมุน และ กลิ่นกระตุ้นความอยากอาหารมาก รสชาติจะนัวๆ คล้ายๆกับผัดไข่เค็มประมาณนั้น

เมนูถัดมาชอบมากค่ะ Ishigoni ซุปใสใส่ Uni แค่น้ำซุปก็รู้สึกไม่อยากให้หมด มาเจอความหวานมันของหอยไข่เม่นด้วย มาในถ้วยเล็กๆ ประมาณถ้วยที่ใส่ซุปมิโซะ

เมนูถัดมา อลังการมาก ตรงที่เชฟมีฟาง จุดไฟ แล้วเผาปลาเลย สำหรับเมนู Hamachi Warayaki หรือ ปลาฮามาจิย่างฟาง ที่เชฟย่าง กลิ่นของฟางจะติดที่หนังของปลา มันจหอมฟาง

เสริฟพร้อมซอส ผัก หัวไชเท้าบด เป็นอะไรที่เข้ากันมากๆ กลิ่นฟางคือ ติดปลามากๆ ถือว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ที่พิเศษมาก

เสน่ห์ของโอมากาเสะอีกอย่าง คือการได้นั่งมองเชฟทำอาหาร ทำให้โต๊ะข้างๆ คือ เชฟต้องเก่งมาก ถึงจะรู้ว่าปลาที่ได้มาในแต่ละวัน จะเอามาทำอะไร เพื่อให้คนทานประทับใจ

เมนูถัดมา เมนูที่ 4: ซูชิปลา Shima Aji จะเริ่มเข้าสู่การทานแบบต้องใช้นิ้วมือเราเอง ทางร้านเขาจะเสริฟผ้าเล็กๆ สำหรับทำความสะอาดนิ้วเรา วิธีทานคือ นิ้วโป้ง ประกบ นิ้วกลาง ถึงจะทานได้

เมนูที่ 5: ซูชิ Chutoro ความผิวสัมผัส ที่เชฟพยายามทำขึ้นบนเนื้อปลา ทำให้ผิวสัมผัสโดนซอสมากขึ้น และ Skill ในการปั้นของเชฟ ทำให้แต่ละคำออกมาเนียนมาก

ตัดภาพมาที่โต๊ะข้างๆบ้าง เขามากัน 5 คน เขาได้เมนูนี้ค่ะซิสสส !!! มันน่าทานมาก คือเชฟ เอาแซลม่อนมาย่าง แล้ว เอามาคลุกซอส ราดด้วยไข่แซลม่อน ตามมาด้วย Uni โอ้ยย ได้แต่คิดทำไมไม่ได้จานนี้บ้าง 55+

กลับมาที่เมนูที่ 6 ซูชิ Otoro คำนี้จะมีความมันของเนื้อปลา เพราะปลาชนิดนี้มีไขมันแทรก ถ้าเป็นแต่ก่อน เชฟที่ร้านอื่นจะเสริฟทั้งจาน เราจะงง ว่าต้องกินคำไหนก่อน แต่ที่นี่เชฟเรียงมาให้ การไล่ลำดับลิ้น

เมนูที่ 7 Salmon & Ikura เหมือนเชฟจะฟังภาษาไทยออก เพราะอย่างที่เราบอก เราอยากทานเมนูคล้ายโต๊ะข้างๆบ้าง เชฟเลยจัดเมนูนี้มาให้ไข่แซลม่อนแตกในปากคืออร่อยมาก

เมนูที่ 8 ภาคต่อจากเมนูที่ 7 Uni ที่เสริฟบนสาหร่ายร้อน แล้วโรยด้วยปลา ที่เหมือนปลาเค็ม แต่มีความครีมมี่ มันดีมากจริงๆ คำนี้ เชฟรู้ดีว่าคนไทยชอบทานอะไร

เมนูที่ 9 Anago หรือ ปลาไหลย่าง เชฟเสริมด้วยการพันข้าวมี ตัวปลาไหลเองจะเป็นแผ่นบางๆ มันเป็นรสสัมผัสปลาไหลอีกแบบจริงๆ

เมนูที่ 10 โซบะเย็น คลุกวาซาบิ ปกติไม่ค่อยชอบทานอะไรแนวนี้ แต่ที่นี่ทำออกมาได้ดีมากๆ ทานแล้วรู้สึกสดชื่นมากๆ มาในถ้วยเล็กๆ ที่ไม่อยากให้หมดไวเลย

เมนูที่ 11 ซูชิ Shiro Ebi หรือ ข้าวปั้นหน้ากุ้งขาว มีความหนึบดี ไม่เคยทานซูชิแบบนี้ค่ะ ปกติเลือกทานแค่ปลา เปิดประสบการณ์มากๆ อร่อยเลยแหละ

เมนูที่ 12 ชอบมากค่ะ Ebi หรือ กุ้งขาว ที่เชฟใช้วิธีการทำให้สุกแบบพิเศษ คือเอาแก้วดินเผา มาเผาไฟให้ร้อนจัดๆ แล้วเทซอสซุปข้นๆลงไป จากนั้นก็นำกุ้งใส่ลงไป แต่เราคนๆ กุ้งก็จะสุก หนึบๆอร่อยมากค่ะ

เมนูที่ 13 Hotate หอยใหญ่ ปั้นพร้อมข้าวซูชิ ห่อด้วยสาหร่าย เป็นคำที่เชฟเสริฟถึงมือเลย ตามจริงอาจจะอยากป้อน 55+

เมนูที่ 14 Tekka Maki ได้ feeling หยิน หยางมากๆ ชิ้นเล็กๆ แต่ตามจริงเดินทางมาถึงจุดนี้ก็อิ่มมากๆแล้วค่ะ

จากนั้นเชฟก็เสริฟไข่หวาน ที่น่าจะเป็น Signature ของที่นี่เพราะเชฟจะเอาเหล็กประทับตาร้าน ไปรนไฟ แล้วเอามาประทับไข่หวานอีกทีเป็นเมนูสุดท้ายของคาว

ปิดท้ายด้วยของหวานสุดละมุน Mineoka Tofu ชื่อคือเต้าหู้แต่ไม่ใช่ มีความมันนม น้ำตาลทรายแดง เป็นเมนูที่หอมมาก เนื้อสัมผัสละมุน จะไปหาอะไรทานแบบนี้ที่ญี่ปุ่นได้ที่ไหนอีก ต้องมาที่นี่เท่านั้น