Sindosegi Thailand รีวิว ครั้งแรกของโลกที่ร้านดังวัตถุดิบพรีเมี่ยมออกมาเปิดนอกเกาหลี

Sindosegi Thailand รีวิว

Sindosegi รีวิว – ร้านปิ้งย่างดังจากดินแดนเกาหลีที่เขาเปิดในเกาหลีมา 10 ปีแล้ว ด้วยเคล็ดลับของวัตถุดิบ และ กรรมวิธีในการทำเขาเลยไม่เหมือนใคร ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขามาเปิดนอกประเทศ ถือเป็นครั้งแรกในโลกค่ะ โดยดีเจเพชรจ้า ที่บินข้ามน้ำข้ามทะเลไปดีลมาด้วยความยากเย็นจนมาเป็นร้านทุกวันนี้ ตาม 6 August Journey มาจะพาไปรู้จักร้านนี้

Sindosegi Thailand รีวิว คุณเพชรจ้า

ข้อมูลร้าน


ห้องอาหาร: Sindosegi Thailand
เวลา: 11:00 – 22:00 น.
Facebook: https://www.facebook.com/SindosegiThailand
การเดินทาง: แนะนำใช้ BTS มาลงที่สถานีสยาม แล้วเดินมาค่ะ
ช่องทางชำระเงิน: ทุกช่องทาง

รีวิวนี้มีอะไรบ้าง


  • ที่มาที่ไป และ ความโดดเด่นของร้านนี้
  • เครื่องเคียงที่ไม่คิดเงิน
  • เมนูห้ามพลาดของที่นี่ 9 เมนู
  • เครื่องดื่มที่หาทานไม่ได้ในเมืองไทย 
Sindosegi Thailand รีวิว คุณผึ้ง

.

ที่มาที่ไป และ ความโดดเด่นของร้านนี้


Location ที่นี่สังเกตง่ายมาก อยู่แถว Novotel Siam ค่ะ ทั้งตึกเป็นของร้าน บรรยากาศร้านจะดูวัยรุ่นหน่อย ประดับไปด้วยแสงไฟนีออนสีจี๊ดจ๊าด ถ่ายรูปสวยค่ะ

Sindosegi Thailand รีวิว บรรยากาศร้าน

ความโดดเด่นแรกจะเป็นเรื่องวัตถุดิบของที่นี่ เช่นเนื้อหมูเขาก็จะคัดพันธุ์หมู ก่อนมาเปิดทางร้านถามคุณเพชรจ้าเลยว่าที่เมืองไทยมีหมูสายพันธุ์นี้หรือไม่ ถ้าไม่คือมาเปิดไม่ได้นะ และนำชิ้นส่วนมาผ่านกระบวนการ Aging จนได้หมูมีคุณภาพ

ความโดดเด่นที่สอง คือการบริการลูกค้า อย่างทั่วถึงเขาจะมีพนักงานประจำโต๊ะ และ คอยดูแลเราทุกอย่างในเรื่องกรรมวิธีการกิน หมดปัญหาย่างไม่เป็น ทานไม่เป็น น้องพนักงานสอนเราได้หมด ทานยังไง ทานกับอะไรอร่อย ที่นี่มีคนคอยติว

ความโดดเด่นที่สาม การใช้เทคโนโลยีมาช่วย ในมือน้องพนักงานจะมีเครื่องวัดความร้อนของกระทะว่าสามารถลงชิ้นเนื้อได้หรือยัง และมีนาฬิกาจับเวลา สำหรับจับว่าแต่ละด้านย่างได้มาตรฐานหรือยัง ที่ว้าวมากค่ะเขาใช้โซจูเช็ดกระทะนะ เวลาเปลี่ยนเมนู

Sindosegi รีวิว เครื่องจับเวลา

.

เครื่องเคียงที่ไม่คิดเงิน


เครื่องเคียงที่นี่ นอกจากไม่คิดเงินแล้วยังสามารถเติมได้ไม่อั้นด้วย หรือ ศัพท์เกาหลีเขาเรียกว่า พันชัน จะมี ทันมูจีสตรอเบอรี่ อึกซูเซลลอดี (สลัดข้าวโพด) ยำผักเกาหลี และ กิมจิ

Sindosegi รีวิว จิ้ม

โดยก่อนทาน แนะนำให้ลองทาน ทงชิมิ (กิมจิเย็นเกล็ดน้ำแข็ง) เพื่อเป็นตัวเปิดปุ่มรับรสที่เย็นสดชื่น ถ้าใครเคยลองทานพวกโอมากาเสะ จะคุ้นเคยดีเขาชอบเอายูซุมาเปิดปุ่ม แต่ที่นี่ใช้เมนูนี้ อร่อยมาก

Sindosegi รีวิว เปิดปุ่มรับรส

.

เมนูห้ามพลาดของที่นี่ 9 เมนู


เริ่มที่เมนูไม่ส่งไม่ได้อย่าง Super Golden Pork (850 บาท) เขาเป็นเมนูพิเศษที่ขายดีเป็นอันดับ 1 จากเกาหลี โดยเนื้อหมูส่วนนี้ที่เอามาทำจะเป็นชิ้นส่วนที่มีเพียง 8 ชิ้นในหมู 1 ตัว แล้วหมูเป็นสายพันธุ์พิเศษด้วย นำมาผ่านกระบวนการ Wet Aged และ Dry aged เพื่อให้ฉ่ำ และ หอม

ตอนเสริฟตกใจมาก คือชั้นมันใหญ่มากจริงๆค่ะ แล้วเริ่มสงสัยว่ากว่าจะสุกไม่นานหรอ เลยเฝ้าดูวิธีการย่างของน้องพนักงานประจำโต๊ะค่ะ เขาจะเริ่มย่างด้านที่กว้างๆ ให้สุกก่อนทั้ง 2 ด้าน

Sindosegi รีวิว Goldren pock

จากนั้นเขาก็จะค่อยๆหั่นหมูเป็นเส้นๆค่ะ แล้วย่างที่ละด้านของหมูแต่ละเส้น จากนั้นเขาก็หั่นหมูแต่ละเส้น ย่างทีละด้านเรื่อยๆ จนสุกในขนาดชิ้นที่พอดีคำ ลองทานเปล่าๆก่อนคำแรก จากนั้นก็จิ้มน้ำจิ้ม คืออร่อยมาก

ชิ้นไหนที่สุกแล้ว แต่เขามองว่าเราทานไม่น่าจะทัน เขาจะมีตะแกรงมาวางให้แบบนี้ ทำให้หมูก็ยังคงร้อน แต่ไม่ไหม้ และ ไม่ติดกระทะแน่นอน เมนูแรกสอบผ่านค่ะ

เมนูถัดมา หมูสามชั้นตั้งได้ (350 บาท) ที่ผ่านกระบวนการ Wet-aged มาตามสูตรของทางร้านเลย ทำให้หมูสามชั้นมีผิวสัมผัสนุ่ม ย่างเสร็จจะกรอบมาก และ ทานเพลินมาก ด้วยความที่ชิ้นเขาใหญ่มาก มันเลยตั้งบนเตาได้สบาย

Sindosegi รีวิว หมูสามช้น

มันอร่อยมากจริงๆนะสำหรับเมนูหมู 3 ชั้น พอเขาทำเสร็จแล้วมันจะเป็นหมูกรอบย่างที่สีทอง จนแทบลืมไปเลยว่านี่คือหมูสามชั้นขนาดชิ้นใหญ่มากๆ ถือว่าไม่อยากให้พลาดสำหรับจานนี้

เมนูถัดมาเป็น สันคอหมูหมักซอสซินโดเซท (385 บาท) ที่ทางร้านเริ่มปรับให้เข้ากับพฤติกรรมคนไทย เพราะทางร้านรู้ว่าคนไทยชอบทานเนื้อหมูส่วนนี้ค่ะ เขาก็ใช้วิธีการหมักกับซอส 20 ชนิดตามสูตรทางร้านให้ฉ่ำๆ หนุ่มดีค่ะ

ถัดไปจะเป็น ซี่โครงหมูซูวีหมักซอสชินโดเซท เป็นเซตที่ผ่านการซูวีกับซอสหมักสูตรพิเศษของทางร้านไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ทำให้เวลาย่างบนเตา รสชาติมันจะเจ้มจ้น และ นุ่มากๆ

พักทานข้าวกันก่อนค่ะที่นี่มี ข้าวอบหม้อแรงดัน (Gamasot Rice) 1 คน 65 บาท หรือ 2 คน 99 บาท เพิ่งเคยทานเหมือนกันค่ะ เป็นข้าวที่หุ้งด้วยหม้อพิเศษ เก็บความชื้น หุงที่ต่อที่ค่ะ แต่ใช้ข้าวญี่ปุ่นมาทำนะ อร่อย

สำหรับใครที่รู้สึกว่าข้าวเปล่ายังไม่ใช่ แนะนำให้ลองข้าวผัดหมูดูร็อค กระทะร้อน เป็นข้าวผัดที่เอาหมูสามชั้น Wet-aged ผัดกับกิมจิ ผสมข้าวญี่ปุ่น และ สาหร่ายเกาหลี พร้อมไข่และ พาเมซสนชีส เสริฟบนกระทะร้อนๆ

ทานข้าวแล้ว อย่าลืมทานไข่กันค่ะ ที่นี่เขามี ไข่ตุ๋นเกาหลีไข่ปลาเมนไทโกะ (225 บาท) เนื้อไข่ตุ้นเนี่ยนๆ ตุ๋นมาแบบเดือดผุดๆ ข้างบนสุดจะเป็นไข่ปลาเมนไทโกะ เป็นปลาที่ใช้ในโอมากาเสะ แนะนำให้คลุกกันร้อนๆ รสชาติมันจะละมุน เพราะไข่ปลามันจะเค็ม มาเจอไข่แล้วจะละมุ่น

ต่อด้วย เบคอนคัมจาจอน หรือ พิซซ่าเกาหลีรูปแบบใหม่ ทำมาจากมันฝรั่งหวาน และ เบค่อนพรีเมี่ยม ทอดจนกรอบนอกนุ่มใน จิ้มกับมัสตาดมาร์โย

ปิดท้ายด้วย รวมทะเลดอง (1,000 บาท) เป็นปูไข่ กุ้ง เอ็นหอย และ แซลม่อนดองมาในซีอิ๊วเกาหลี มาพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ สไตล์ไทย แต่ยอมรับเลยว่าที่นี่ดองออกมาดีจริงค่ะ

.

เครื่องดื่มที่หาทานไม่ได้ในเมืองไทย