บ้านป่าเหมี้ยง เส้นทางความสุขจากแจ้ซ้อน ถึง กิ่วฝิ่น ที่ลำปาง

บ้านป่าเหมี้ยง

บ้านป่าเหมี้ยง – ถ้าเป็นแต่ก่อนที่นี่จะเป็นแค่ทางผ่าน แต่ตอนนี้เราขอเรียกที่นี่ว่าเส้นทางแห่งความสุข เพราะ แจ้ซ้อน บ้านป่าเหมี้ยง กิ่วฝิ่น คือดินแดนที่อากาศเย็นตลอดเวลา ทำเอาไม่อยากกลับกรุงเทพเลยค่ะซิสสส ตามเรามา 6 August Journey จะพาไปใช้ชีวิตในเส้นทางนี้กัน 2 วัน 1 คืน

 

2 วัน 1 คืนทำอะไรบ้างบนเส้นทางนี้


เตรียมตัวเที่ยวยังไงบ้าง


บ้านป่าเหมี้ยงอยู่ลำปางตอนบน จะมาจากเชียงใหม่ก็ได้ หรือ จากตัวเมืองลำปางก็ได้
สายการบินที่บินสู่ลำปางแบบ low cost มีเพียงสายการบินเดียวคือ นกแอร์ ที่เหลือจะเป็น Boutique: คลิกที่นี่
มาถึงสนามบินแนะนำให้เช่ารถเที่ยว เพราะถ้าจะเหมารถมาจริงๆก็ 600 ต่อเที่ยว แปลว่าไปกลับก็ตี 1,200 บาทแล้ว แนะนำเช่ารถที่ Avis: คลิกที่นี่
เตรียมจองที่พักในหมู่บ้านป่าเหมี้ยงได้เลย เป็นโฮมสเตย์เริ่มต้นกันที่ท่านละ 300 บาทแต่การเป็นอยู่และวิวคือหลักแสน คลิกที่นี่
โฮมสเตย์ที่นี่มีบริการอาหารด้วย แบบจ่ายเพิ่ม 150 บาทก็ได้ทานอาหารเย็น และ อาหารเช้าชิลๆ: คลิกที่นี่
สำหรับคนชอบนอนเต็นก็นอนได้ที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนได้เลย แต่ขอบอกเลยว่าวันเสาร์-อาทิตย์คือคนเยอะมาก อุทยานจะปิดการเข้าของรถ เราจึงมุ่งหน้าไปที่แจ้ซ้อน

 

การเดินทาง 2 วัน 1 คืนเริ่มแล้ว


ผึ้งเลือกเดินทางมาลำปาง กับสายการบินนกแอร์ ด้วยเรื่องค่าเครื่องบินด้วย และ เรื่องเวลาเดินทางด้วย สายการบินนี้จึงตอบโจทย์ค่ะซิสสส เดินทางแต่เช้าชั่วโมงนิดๆก็มาถึงลำปาง ไม่มีดีเลย์แต่อย่างใด และ การจัดการเรื่อง Social distance เขาค่อนข้างดี พร้อมระบบฟอกอากาศในเครื่องกำจัด Covid 19 ด้วย

อีกเรื่องที่เราเตรียมตัวมาดี คือการจองเช่ารถที่เราเช่ารถผ่าน Avis บอกเลยว่าดีมากเพราะในเว็บไซต์คือ 600 บาทถ้าจองก่อน พอมาที่หน้าเคาเตอร์ คนที่ไม่ได้จองมาคือราคาอัพไปที่ 900 บาทได้ และเทศกาลคือรถหมด จึงแนะนำให้จองออนไลน์มาเลยค่ะซิสสส

ขับรถยิงยาวมุ่งหน้าไปที่ บ้านป่าเหมี้ยงกันเลย ใช้เวลาขับรถจากสนามบินลำปางประมาณ 2 ชั่วโมง ทางมียากง่ายสลับกันไป ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่ เพราะทางมีบางจุดที่โหด บางจุดที่แคบแบบกะระยะไม่ได้

มาตั้งหลักกันที่โฮมสเตย์ที่ผึ้งพักก่อน คือที่บ้านป่าเหมี้ยงเขามีหลายบ้านที่เปิดเป็นโฮมสเตย์ แต่ละหลังจะมีจุดเด่นต่างกันออกไป พรุ่งนี้จะพาไปชมกันค่ะซิสสส แต่ห้องที่ผึ้งนอนคืนนี้เป็นแบบนี้

บรรยากาศชิลมาก คือมี 2 ห้องนอน สามารถนอนได้ถึง 4 คน ระเบียงหน้าห้องก็ยังนอนได้อีก มีความ Private มากๆ ภายในห้องไม่มีแอร์ใดๆ แต่อากาศที่นี่คือเย็นอยู่แล้วไม่ต้องมีแอร์ก็ได้

เดินลงไปข้างล่างบ้านจะเจอลำธาร และ สะพานไม้เล็กๆ ก็จะมีโฮมสเตย์ อยู่เช่นกัน อยู่ที่ว่าทางหมู่บ้านจะจองบ้านเราได้หลังไหน แต่ข้อดีคือ เขามีเครื่องครัวให้ครบเลย อยากแคมปิ้งก็แค่ซื้อถ่านมาเพิ่ม

ระหว่างรออาหารเย็น ออกไปแว๊นเล่นในหมู่บ้านกัน เพราะที่นี่หลายบ้านเปิดเป็นโฮมสเตย์ เขาก็จะมีจุดขายต่างกันออกไป เช่นบ้านหลังนี้ เขาจะมีทำหมอนใบชา และ ชาใบเหมี้ยง แวะชิมแพร่บ

อีก Product นึงที่เราซื้อกลับบ้านไปฝากแม่คือ หมอนใบเหมี้ยง เอาไปดมแล้วทำให้หลับดีมาก อันนี่แม่คอนเฟิร์มมา ชาวบ้านแนะนำว่าถ้ากลิ่นหมดให้เอาไปตากแดดได้ จะส่งกลิ่นอีก คุ้มมากบอกเลย

ที่ท้ายหมู่บ้านตรงโรงเรียนบ้านป่าเหมี้ยงจะมี Street Art อยู่ประมาณ 5-6 จุด น่ารักมากเลย ไปเดินถ่ายรูปชิลๆได้ ไม่ซ้ำกับ Street Art ที่อื่นๆแน่ๆ เดินไปยืมตะกร้าเก็บเมี่ยง ของชาวบ้านแถวนั้นมาถ่ายรูปได้ค่ะซิสสส

สิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดคือ Street Art ที่นี่จะมีการใส่ใบเหมี้ยงไปด้วย ทำให้มั่นใจได้ว่า จะมีแค่ที่หมู่บ้านแห่งนี้เท่านั้นค่ะซิสสส น่ารักดีนะ ได้มุมถ่ายรูปเพิ่มอีก 5-6 มุม

มีอีกมุมที่น่ารักมากๆเลยอย่างน้องแมว 2 ตัวบนกำแพงนี้ เอาใจทาสแมวสุดๆ น่ารักดี ใครจะไปคิดว่าหมู่บ้านเล็กๆแบบนี้จะมีอะไรแบบนี้ด้วย ชอบสุดๆ

ตกเย็นวันเสาร์ เขาจะมีการแสดงของเยาวชน มารำแสดงพื้นบ้าน น่ารักดี มีเพลงเกี่ยวกับบ้านป่าเหมี้ยง และ กระบวนการทำเกี่ยวกับป่าเหมี้ยงด้วย น้องๆแสดงผ่านเพลงออกมาได้เข้าใจง่ายมาก

เด็กๆที่นี่น่าตาน่ารักมากๆเลย การแสดงจบแล้วเลยต้องขอถ่ายรูปคู่กับๆน้องๆไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย ก่อนที่จะกลับไปทานอาหารเย็นของที่นี่

กลับมาที่พักจะเจออาหารเย็นเป็นขันโตกเตรียมไว้ให้ คือคุ้มมากเลยนะถ้าพักอย่างเดียวคนละ 300 บาท แต่ถ้าให้ทางโฮมสเตย์จัดเตรียมให้จะอยู่ที่ 450 บาทต่อคน โดยเขาจะเตรียมอาหารเช้า และ เย็นให้

คืนนั้นเป็นวันพระใหญ่ ที่หมู่บ้านเขาก็มีเวียนเทียนกัน ทั้งหมู่บ้านเขาก็ชวนกันมาเวียนนะ เป็นช่วงเวลาที่ปังจริงๆ กับการมาเที่ยวบ้านป่าเหมี้ยงในช่วงกรกฎาคมที่ผ่านมา

 

วันที่ 2 เริ่มที่ทะเลหมอก


หมู่บ้านเราอยู่ใกล้กิ่วฝิ่นมาก กลายเป็นคนแรกที่ไปถึงที่นี่ ไม่มีผู้คนอยากถ่ายรูปได้นานเท่าไร แค่ไหนก็ย่อมได้ นี่เป็นข้อดีของการมานอนที่บ้านป่าเหมี้ยง ชิลสุดกว่านักท่องเที่ยวท่านอื่นจะมา

แต่โชคไม่ดีพอ ทะเลหมอกขี้อาย ไม่ยอมมาให้เห็นกันง่ายๆ จากนั้นประมาณ 20 นาทีก็เริ่มเห็นนักท่องเที่ยวมากันตรึมเลย เราเลย Move ตัวเองไปที่แจ้ซ้อนกัน

คือเมื่อวานเราเห็นในอุทยานแจ้ซ้อน คนเยอะมาก เยอะจนเขาปิดไม่ให้รถเข้าด้วยเหตุผลว่าเต็มแล้ว พอช่วงเช้าวันนี้คนที่แจ้ซ้อนก็มุ่งหน้ามาที่กิ่วฝื่น เราก็ขับสวนทางไปที่แจ้ซ้อน ทำให้คนที่แจ้ซ้อนน้อยมาก

ไม่ได้ซื้อไข่ต้มไปนะ 55+ แอบเสียดาย พอข้างในคนน้อยถ่ายรูปยังไงก็สวยเชื่อสิ เดินวนเล่นในนี้ ถ่ายหลายๆมุมจะได้รูปสวยๆเพียบ แล้วเราก็กลับมาที่โฮมสเตย์ของเรา มีคนเตรียมอาหารเช้าไว้ให้แล้ว

อาเช้าเป็นข้าวต้ม มาพร้อมกับข้าว ที่เห็นคือทานกัน 2 คนคืออิ่มมาก แอบทานไม่หมด เกรงใจตามจริงอร่อยมาค่ะซิสสส โดยเฉพาะเมนูยำปลากรอบ หรือจะผัดผักบุ้ง ส่วนไข่เจียวที่นี่เป็นเมนู Default ค่ะซิสสส

ทานข้าวแล้ว ไปหากาแฟทานกัน ที่ร้านป่าเหมี้ยงคอฟฟี่ (PAAMIANG COFFEE) ชื่อคือไม่ต้องคิดมากเลย ร้านกาแฟ 55+ แต่ร้านกาแฟที่นี่วิวปังอยู่ค่ะซิสสส แล้วอากาศดีมาก

สั่งเครื่องดื่ม นั่งดื่มชิลๆ แบบไม่ต้องกังวลอะไรมากนัก ไม่ต้องแย้งกันกิน แย้งกันนั่ง เพราะที่นี่คือเงียบมาก บ้านป่าเหมี้ยงคือเหมาะกับคนสายอินดี้ ชอบความ Private แนะนำที่นี่เลย

เพิ่งมาสังเกตเห็นว่าที่ร้านกาแฟแห่งนี้เขาก็เปิดเป็นโฮมสเตย์เช่นเดียวกัน คนละ 550 บาท พร้อมอาหาร 2 มื้อ และกาแฟสดคนละแก้ว มี Wifi ด้วย

แล้วเราก็ไปแวะในโฮมสเตย์อีกที่ ที่ชอบที่สุดในหมู่บ้านนี้เลยอย่าง คนบนดอยโฮมสเตย์ ไฮไลต์ของโฮมสเตย์แห่งนี้ต้องยกให้บรรยากาศของริมทาน ที่ไหลผ่านท่ามกลางธรรมชาติ

แล้วเราก็ถือหนังสือดีๆสักเล่ม ไปนอนอ่านที่เปลสาน โดยมีน้ำไหลผ่านใต้เปล คือดีงามมาก บรรยากาศแบบนี้หาได้ที่นี่ แล้วคือเขารองรับผู้คนไม่มากนัก ทำให้ไม่ว่าใครไปใครมาก็ต้องได้พักที่นี่แน่นอน

อ่านหนังสือโฮมสเตย์ บ้านป่าเหมี้ยง

แล้วโซนทานอาหารเช้าเขาก็น่ารักนะ แบบมีบรรยากาศเหนือๆน่ารักดี เห็นไหมบ้านป่าเหมี้ยงเขายินดีต้อนรับทุกคนมากๆ มีโฮมสเตย์หลายแบบ ที่สำคัญอากาศดี แคมปิ้งกันสบายๆมาก

มาบ้านป่าเหมี้ยงทั้งที ต้องขอติดตามชาวบ้านที่นี่ไปหาใบเหมี้ยงกันหน่อยค่ะซิสสส เสื้อผ้าหน้าผมต้องพร้อม เราก็ไปเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ คือขึ้นชื่อว่าป่าเหมี้ยงเขาก็เข้าป่ากันจริงๆ

ทดสอบเข้าป่าเหมี้ยง

พร้อมอุปกรณ์ 2 อย่างคือตะกร้าใส่ใบเหมี้ยง และ ใบมีดโกน ที่เขาประยุกต์ให้มันสามารถเกี่ยวนิ้วได้ ทำให้สามารถเก็บได้ไว คุณผึ้งลองใช้แล้วค่ะซิสสส ใช้ได้จริงไม่ยากอย่างที่คิด

ใบที่เขาเก็บคือใบอ่อน สามารถนำไปนึ่ง และ ไปยำทานได้สบาย แต่ใบไหนที่แก่ก็สามารถนำไปทำเป็นหมอนใบเหมี้ยงได้ ส่งกลิ่นหอมนาน วิธีสังเกตคือ สีจะอ่อนก็คือใบอ่อน ส่วนใบเข้มๆคือแก่แล้ว

เราเก็บใบอ่อนมาได้กำนึงก็พากันเข้าครัวเลย เตรียมเครื่องเหมือนยำปลากระป๋อง แต่ใส่ใบเหมี้ยงเข้าไปคือแซ่บมาก โรยด้วยหอมเจียว กระเทียมเจียว ทานได้กรุ๊บมาก

พี่ๆชาวบ้านใจดี ทำไข่ป่ามแถมให้อีกอย่าง ทานคู่กันคือดีมาก เพิ่งรู้ว่าแค่ต้มน้ำ แล้วเอาใบตองไปวาง เทไข่ใส่ใบตองแล้วเอาฝาปิดก็ได้ไข่ป่ามแล้ว ง่ายดีชอบๆ

ยำใบเหมี้ยง

ส่วนใบเหมี้ยงที่เหลือเขาจะเอามานึ่ง และ เอาไปส่งขายต่อ เพราะด้วยคุณสมบัติของใบเหมี้ยงเขาจะมี คาเฟอีน ทำให้เคี้ยวแล้วทำงานได้แบบไม่ง่วง เหมือนมีกำลัง รวมทั้งเขาวิจัยมาแล้วว่าใบเหมี้ยงมีสารต้านอนุมูลอิสระด้วย

เห็นกำเยอะๆ คือเขาจับยัดเข้า แท่งไม้ขนาดใหญ่แบบนี้เหมือนถังบ่ม แล้วนำขึ้นไปนึงด้วยไฟแรง ใช้ระยะเวลา 1 ชั่วโมงครึ่งในการนึ่งค่ะซิสสส พี่ๆชาวบ้านเล่าว่าถ้านึ่งจนใบแดงจะขายไม่ได้ เลยต้องกำหนดเวลา และ คอยเฝ้า

ผลผลิตของการนึงแล้ว เอามาเรียงเป็นกำขึ้นมาใหม่ ทำ Packaging อย่างดีเท่านี้ก็ขายได้แล้ว แต่คุณผึ้งลองชิมดูแล้วนะคะ ทานได้อยู่ เป็นยังไงบ้างคะซิสสส ประสบการณ์ Home stay ที่บ้านป่าเหมี้ยง 2 วัน 1 คืน แนะนำเลยเส้นทางความสุขแห่งนี้

 757 total views,  5 views today