Site icon 6 AUGUST JOURNEY

Sushi Ichizu | อีกหนึ่งสุดยอดโอมากาเสะในตำนาน ที่ไม่ต้องบินไกลถึงญี่ปุ่น

Sushi Ichizu – เป็นเรื่องยากมากที่จะหาโอมากาเสะ ที่ฝีมือเชฟเป็นระดับตำนาน Sushi Sugita มาโดยตรง ที่ถ้าตัดเชฟจากญี่ปุ่นออกไป เชฟที่นี่จะเป็นเชฟซูชิอันดับ 1 ของเอเชียเลยก็ว่าได้ ตามเรามา 6 August Journey จะอาสาพาไปสัมผัสประสบการณ์ระดับโลกขนาดนี้

[tdivider style=”fa-star” color=”#222222″]

รีวิวนี้มีอะไร

[tdivider style=”fa-star” color=”#222222″]

[icon type=”fa-map-signs” color=”#999999″ size=”16px” style=”circle_thin” link=”” new_window=”true” ] สุดยอดเชฟ ริคุ โทดะ


ถ้าใครเคยอ่านหนังสือ อิคิไก ต้องรู้จักอาชีพต่างๆในญี่ปุ่นที่ใครหลายคนอุทิศทั้งชีวิตเพื่ออาชีพนี้เท่านั้น หนึ่งในนั้นก็เป็นอาชีฟ เชฟซูชิที่เชฟโทดะ ของที่นี่ได้มีโอกาศเป็นลูกศิษย์ปรมาจารย์ซูชิ Hachiro Mizutani เจ้าของร้านซูชิ มิชลิน3ดาว Sushi Mizutani

ลูกศิษย์อันดับ 1 ของเทพเจ้าซูชิ Jiro Ono ต้นตำหรับเอโดะมาเอะซูชิ และได้ร่ำเรียนเรื่อยมา จนได้มาเป็นเชฟมือสองของร้าน Sugita ก็ได้รับดาวมิชลินในปีเดียวที่เปิด เเละ Gold Medal จากเว็บรีวิวอาหาร TABELOG อีกทั้งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในร้านซูชิที่ดีที่สุด เเละ เป็นร้านซูชิที่จองยากที่สุดของญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน

[icon type=”fa-map-signs” color=”#999999″ size=”16px” style=”circle_thin” link=”” new_window=”true” ] เมนู Full Course ราคา 8,000++ ฿


เริ่มกันที่ Welcome drink กันก่อนเลยเปิดมาด้วย น้ำส้มยูซุ กับ โซดา เพื่อปรับให้เราสามารถรับรู้รสชาติได้อย่างดี โดยเมนูในคอร์สวันนี้จะลิสต์ออกมาดังนี้

คอร์สวันนี้จะมีเมนูดังนี้

เมนูแรกของวันนี้คือ Tairagai Salad (Japanese vegetables) หรือ สลัดหอยกาบ เสิร์ฟมาบนเปลือกหอย น้ำสลัดมีรสจากหอมหัวใหญ่ญี่ปุ่น หอยเนื้อแน่นมาก สดชื่นสุดๆ

Tairagai salad

เมนูถัดมา Chawanmushi (steamed egg custard) หรือ ซุปไข่ตุ๋นเนื้อเนียน มากับปลาหมึกหิ่งห้อย (โฮตารุอิกะ) เป็นหมึกที่มีรสหวานตามธรรมชาติ รสสัมผัสนุ่มหวาน แต่สำหรับเรากลิ่นปลาหมึกแรงไปนิดนึง แต่ก็อร่อยดีจ้า

Chawanmushi

เมนูที่สาม Kegani (horsehair crab) ปูขนฮอกไกโด ที่คลุกกับมันปู ราดด้วยคาเวียร์จากฝรั่งเศส รสหวานมันจากปูตัดกับรสของคาเวียร์ เอาจริงเมนูนี้คือดีงามมากนะ กลิ่นมันปูคืออร่อยมาก

Kegani

เมนูที่สี่มาในความรู้สึกของฟัวกราส์อย่าง Ankimo (monkfish liver) หรือตับปลามังค์ฟิช (Monk Fish) เมนูนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็น 1 ในรายชื่อ 50 อาหารที่อร่อยที่สุดของโลกด้วย เชฟป้ายวาซาบิสดมาด้วยเอาไป 10 10 10 ค่ะ

Ankimo

เมนูที่ห้ามากันแบบกรอบนอกนุ่มในอย่าง Unagi (freshwater eel) ปลาไหลย่าง มาพร้อมกับแตงคลุกงาคั่ว และ Yuzu Kosho มีรสเผ็ดเล็กน้อย อร่อยตรงที่ปลาร้อนๆ แล้วมาเจอส่วนผสมเผ็ดสไตล์ญี่ปุ่น

ต่อมาเราก็จะเข้าสู่วิถีการกินซูชิกันบ้าง คือเขามักจะทานขิงดอง ตัดกับซูชิคำต่อคำ เพื่อเป็นการปรับต่อมรับรสของเราดังนั้นอย่าลืมที่จะกินขิงดองไปด้วย อีกเรื่องคือลองทานซูชิด้วยการใช้นิ้วโป้ง และ นิ้วกลางคีบซูชิเข้าปากดู

ซูชิคำถัดไปมาที่ Ishidai (Striped beakfish) ซูชิปลากระพงดำ เป็นปลาเนื้อขาวที่ขึ้นชื่อ และแพงมากในตลาดปลา สด เนื้อแน่น

Ishidai

และเนื้อเขาคำโตจริงๆ ถัดจากนั้นจะเป็น Shima Aji (Jack fish) ซูชิปลาชิมะ-อาจิ เป็นหนึ่งในสุดยอดปลาญี่ปุ่น ที่ควรต้องลองซักครั้ง เนื้อแน่นหวาน รสชาติมันเข้มข้น

คำถัดมาติดๆกันเป็น Hokkigai (surf clam) ซูชิหอยปีกนก ที่เชฟได้เอาไปลวกเล็กน้อย ยังได้สัมผัสที่เป็นดิบอยู่ (medium rare) เพื่อดึงรสชาติ เนื้อหนึบๆ ออกมาด้วย

Awabi

เมนูถัดมาเราชอบเป็นการส่วนตัวอย่าง Awabi (abalone with special liver sauce) หรือ หอยเป่าฮื้อนึ่งกับสาเกตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่น เชฟใช้เวลานึ่ง 6-8 ชั่วโมงเพื่อคงความชุ่มฉ่ำ และให้ได้รสสัมผัส หอยสุกกำลังดี เสิร์ฟมากับคิโมซอส วิธีการกินที่ถูกต้องคือ หอยชิ้นแรกคลุกกับซอสเข้าปาก ชิ้นที่สองค่อยคลุกกับข้าวแล้วเข้าปาก

Zuwai Karokke

มาที่เมนูถัดมา เปิดประสบการณ์การทานเกลือพิเศษกับเมนู Zuwai Karokke (deep-fied crab) เขานำปูหิมะญี่ปุ่น deep fried แบบ Korroke (เป็นการเอามาคลุกกับมันบด ปั้นเป็นก้อนกลม คลุกแป้ง ไข่ เกล็ดขนมปังแล้วไปทอดกรอบ) มาพร้อมกับเกลือโมชิโอะ เป็นเกลือที่ได้มาจากสาหร่ายคอมบุ ขูดผิวของส้มยูซุลงไปเล็กน้อย ร้อนมาก !!!!

มาที่เมนูธรรมดาที่เราคุ้นเคยกันบ้างอย่าง Maguro (tuna) หรือปลาทูน่า ส่วนที่เป็นชูโทโร่ (Chu-toro) เป็นเนื้อส่วนที่อยู่ใกล้ครีบ รสสัมผัสที่หวานนุ่ม มีไขมันแทรกเต็มชิ้น เชฟเอาไปบ่ม (aging) 5 วันเต็มให้ชูรสชาติของเนื้อปลา กลายเป็นเมนูไม่ธรรมดาเพราะเชฟเลย !!!

Maguro

เมนูถัดมา Sakura Masu (cherry trout) ซูชิปลาซากุระมัสซึ เป็นเครือๆแซลมอน สัมผัสคล้ายกัน แต่รสชาติซากุระมัสซึดีกว่ามาก โดยเชฟได้นำไปทำ aging กับซอสสูตรพิเศษมา 3 วันก่อนเสริฟ

กับซอสสูตรพิเศษ

จะสังเกตเห็นได้ชัดว่า แต่ละเมนูก็เป็นอะไรที่เชฟคิด และ ใช้เทคนิคความสามารถเฉพาะตัวสร้างขึ้นมาให้มีอะไร และ รสชาติที่พรีเมี่ยมจริงๆ

เสิร์ฟเป็นซูชิ

ถัดมาเป็นเมนูที่เราชอบอีกเมนูอย่าง Kuruma Ebi (tiger shrimp) ซูชิกุ้งลายเสือ ส่วนเนื้อเสิร์ฟมาเป็นซูชิ ส่วนหัวนำไปย่างให้หอม มาพร้อมกับเกลือโมชิโอะ ไฮไลต์อยู่ตรงหัวนี่แหละ กินกันแบบร้อนๆอร่อยดี

ความปราณีตในการแกกุ้งลายเสือ
ส่วนตัวเอามาทำเป็นซูชิ
ส่วนหัวเอามาย่างเกลือ

และเราก็ขอข้ามไปที่เมนู Uni (sea urchin) หรือที่คนไทยรู้จักในนามของไข่หอยเม่น เชฟตักมาใส่เป็นซูชิให้เยอะเต็มคำ สด มัน ไม่มีกลิ่นคาวมาเลย ที่สุดของไข่หอยเม่นตั้งแต่ลองมาแล้ว

และความพิเศษของคำนี้คือ สัมผัสแรกของความหอมของสาหร่ายอุ่นๆ ที่ห่อข้าวจัดว่าอร่อยมาก กลิ่นสาหร่ายๆร้อนๆ เจอความมันของไข่หอยเข้าไปลงตัวสุดๆ

Uni

ช่วงโค้งสุดท้ายมากินน้ำซุปกันอย่าง Aka Dashi Soup หรือซุปมิโสะแดง เป็นเมนูของคาวสุดท้ายที่เป็นเมนูปรับรสชาติให้เราเตรียมพร้อมเข้าสู่ขนมหวานของวันนี้

Aka Dashi Soup

มาที่เมนูของหวานจากแรกกันอย่าง Tamagoyaki (fried egg Japanese style) เป็นไข่หวาน ทำออกมาได้รสนุ่ม แบบคัสตาร์ดเค้ก กัดเข้าไปเนื้อเนียนละมุนดี

มาที่เมนูสุดท้ายของวันจริงๆอย่าง Warabi mochi (Japanese Traditional dessert) เป็นโมจิ โรยด้วยถั่วคินาโกะ แล้วก็ดอกซากุระหมักเกลือ ราดน้ำอ้อยจากโอกินาว่า เสิร์ฟคู่กับชาโฮจิฉะร้อนให้ตัดรสหวาน

ลองคิดดูจะมีสักกี่ครั้งในชีวิตจะได้กินดอกซากูระอบแห้ง แบบขนมหวาน แล้วเชฟทำให้กินถึง 2 รอบด้วยนะ 55+ เป็นการปิดท้ายมื้อ Full Course ได้ดีมากจริงๆ

แล้วดื่มน้ำชาปิดท้ายเข้าไปด้วย ถือเป็นความสุดของวันนี้จริงๆ สำหรับเรา เราคิดว่ามันคุ้มค่าสมราคาจริงๆสำหรับมื้อนี้ ที่คุณควรมาลองสักครั้งในชีวิต

[icon type=”fa-map-signs” color=”#999999″ size=”16px” style=”circle_thin” link=”” new_window=”true” ] บรรยากาศร้าน และ ข้อมูลการจอง


บางคนมาถึงร้านแล้วจะงงๆ ร้านอยู่ไหน คือทุกอย่างมีการตกแต่งแบบสไตล์เซน เรียบ ง่ายๆ Minimal โฉมหน้าตาร้านก็เป็นประมาณนี้แหละ เดินเข้ามาได้เลย

ห้องอาหาร : Sushi Ichizu (สุขุมวิท 39)
การเดินทาง
 :  สุขุมวิท 39 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร (Map)
เวลาเปิด : มี 2 รอบต่อวันคือ 17:30 กับ 20:30
ราคาปกติ : 
> โอมากาเสะคอร์ส ราคา 8,000++ THB (9,416 THB/Net)
> นิกิริคอร์ส ราคา 4,000++ THB
ช่องทางการจอง
โทร : 065 738 9999
Facebook : https://www.facebook.com/sushiichizu/
Website : https://sushiichizu.com/indexth.html#reservations

 

[icon type=”fa-map-signs” color=”#999999″ size=”16px” style=”circle_thin” link=”” new_window=”true” ] สรุปความคุ้มค่าของมื้อนี้


สำหรับคนที่ชอบในอาหารญี่ปุ่นอย่างแท้จริง เราว่าที่นี่จะทำให้เราไม่ผิดหวังแน่นอน มันเป็นการยากมากนะที่จะได้ทานอาหารจากเชฟระดับตำนานขนาดนี้โดยไม่ต้องบินไปไกล เลยขอคอนเฟิร์มว่าคุ้มค่า ทั้งในเรื่องราคา และ คุณภาพจ้า

Exit mobile version