Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit รีวิว staycation แถมมื้อหรูมิชลิน

Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit รีวิว – อีก 1 โรงแรมในดวงใจ พรีเมี่ยมในเรื่องการพักผ่อน และ อาหารอร่อย ขอยกให้ที่นี่ติด 1 ในลิสต์โรงแรมที่มีองค์ประกอบเหล่านี้ครบค่ะซิส ตามคุณผึ้ง 6 August Journey มาจะมารีวิว Staycation ที่นี่ให้ตามรอยกัน

Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit
Website: https://www.hyatt.com/en-US/hotel/thailand/hyatt-regency-bangkok-sukhumvit/bkkhr/home/
Facebook:
https://www.facebook.com/HyattRegencyBangkokSukhumvit/
Call:
02 098 1234
Line: @hyattregencybkk
Instagram:
https://www.instagram.com/hyattregencybangkoksukhumvit/

รีวิวนี้มีอะไรบ้าง


  • รีวิวห้อง Deluxe Club
  • รีวิวคลับเลาจน์ พิเศษสุดสำหรับคนชอบเลาจน์
  • รีวิว Spectrum Rooftop ชมพระอาทิตย์ตกดิน 
  • รีวิวอาหารเย็นที่ห้องอาหาร Market Cafe by Khao
  • รีวิวอาหารเช้า บุฟเฟต์ที่ปังมาก
  • รีวิว สระว่ายน้ำ และ ฟิตเนส

รีวิวห้อง Deluxe Club


ห้องที่ผึ้งเข้าพักวันนี้คือห้อง 2614 ประเภท Club deluxe ค่ะ ขนาด 57 ตร.ม โดยห้องข้างในจะแบ่ง Space เป็นห้องน้ำ ห้องนอน และ โซนสำหรับเก็บของ แขวนเสื้อผ้า หรือแต่งตัวได้

ในห้องจะมีโซฟาสำหรับนั่งเล่น และ มีผลมไม้เป็น Complimentary ให้พร้อมการ์ดเขียนด้วยลายมือน่ารัก ถัดไปจะเป็นเตียงนอนขนาด King Size ชุดเครื่องนอน หมอน นอนสบายมากค่ะ

ความน่ารักของห้องนี้ คือวิวที่มองเห็นเมือง ย่านสุขุมวิทแบบสุดลูกหูลูกตา แนวยาวไปตามเส้นรถไฟฟ้าบีทีเอส นอกจากนั้นแล้วยังมี โต๊ะ และ เก้าอี้สำหรับนั่งเล่นบริเวณหน้าต่างด้วย

มาที่ฝั่งห้องน้ำกันบ้าง ความโดดเด่นของห้องนี้อีกอย่างคือ Bath tub ที่อาบน้ำทีเสมือนว่าอาบน้ำให้คนทั้งเมืองมองเห็นเรา แต่อย่าตกใจค่ะซิส ม่านของห้องน้ำสามารถเปิดปิดได้แค่กดปุ่มขึ้นลง ไม่ต้องรูดให้เมื่อยมือ

ในส่วนของ Amenity ที่ใช้ในห้องน้ำจะเป็นแบรนด์ Portico ที่มีใช้สำหรับโรงแรมในเครือ Hyatt มีมาให้ครบ ทั้ง Body Wash และ เซตดูแลผม แชมพู และ ครีมนวดค่ะ และให้สบู่มาเป็นก้อนด้วย

ห้องน้ำจะมีโซนแห้ง และ โซนเปียก สำหรับใครที่ไม่สะดวกแช่ Bath tub สามารถเข้ามาอาบในโซนเปียกได้ ระบบน้ำที่นี่ปรับง่าย ที่บิดด้านบนใช้เลือกว่าจะให้น้ำไหลจากตรงไหน และ หัวบิดล่างใช้สำหรับปรับอุณหภูมิน้ำ

การอาบน้ำกลางคืน ชมวิวเมืองที่นี่ห้องนี้มันก็ดีไม่เบานะ รู้สึกชอบมาก

รีวิวคลับเลาจน์ พิเศษสุดสำหรับคนชอบเลาจน์


เวลาเปิดเลาจน์ที่นี่คือ 17:30 – 19:30 เป็น Happy Hour ที่เราสามารถจิบแอลกฮอล์ลในเลาจน์ได้อย่างชิวๆ ความสวยงามของเลาจน์ที่นี่ต้องยกให้เป็น Interior ที่เขาดีไซน์ออกมา ประกอบกับวิวเมืองที่มองผ่านกระจกใส

มาที่ส่วนของอาหาร และ เครื่องดื่มของที่นี่บ้างค่ะ ไวน์ แอลกฮอล์ ซอฟต์ดริ้งค์ต่างๆ สามารถเรียกพนักงานในเลาจน์เสริฟได้เลยค่ะ น้องๆบริการดีทุกคน

ในส่วนของอาหาร เมนูจะเวียนไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน เพราะคุณผึ้งมาที่นี่ 2 ครั้งเมนูอาหารไม่ซ้ำกันเลย แต่อร่อยทุกวันค่ะ เรื่องนี้คอนเฟิร์ม โดยรวมอาหารจะแบ่งเป็นสไตล์ฝรั่งทานกัน เช่น ชีส Cold cut

ในส่วนของขนมหวาน จะมีขนมปัง แยมรสชาติต่างๆ ขนมเค้ก และ ขนมไทย หันหลังมาก็จะเป็น ผลไม้ 4 ชนิด ให้เราสามารถเดินตักทานได้

มาที่อาหารไทยกันบ้าง วันแรกที่ไปมีข้าวมันไก่ และ ก๋วยเตี๋ยว ส่วนวันที่สองที่ไป จะมีเมนูผัดไทย ข้าวเหนียวไก่ย่าง เต้าหู้ทอด อาหารสไตล์ไทยๆ ที่ทำออกมาได้อร่อย ทานง่าย

รีวิว Spectrum Rooftop ชมพระอาทิตย์ตกดิน


ก้าวสู่ความเป็น Nightlife กันบ้าง ที่นี่ก็ทำได้ดี เพราะเขามี Rooftop ดัง อย่าง Spectrum ที่ชั้น 29 จะมีโซน นั่งดริงค์ชิวๆ และ โซนสายแดนซ์อยู่ชั้นบนอีกทีจะมีเวลาเปิด 20:00 น.

ช่วงเย็นๆ ก็พามาชมที่โซนข้างล่างก่อน เขาจะมีทั้ง Indoor และ Outdoor โดยในส่วน Outdoor แนะนำว่าต้องจอง เพราะคนส่วนใหญ่นิยมมานั่งโซนข้างนอกเพื่อมาชมพระอาทิตย์ตกดิน

ในแพ็คเก็จ Staycation เขาจะแถมเครื่องดื่ม 2 แก้ว เราสามารถขึ้นมาเลือกได้เลย แอบมานั่งที่บาร์ตรงนี้เล็กน้อย เห็นบาร์เทนเดอร์ทำแต่ละเมนู เพลินๆ

ลองเดินขึ้นมาด้านบนสักเล็กน้อย ก็จะเจอมุมเมืองอีกมุมนึง โดยมุมถ่ายรูปของที่นี่ แนะนำให้ถ่ายตรงบันได ทางขึ้นลง จะได้รูปประมาณนี้ (รูปข้างล่าง)

ส่วนสายแดนซ์ รอสัก 2 ทุ่มค่อยขึ้นมาด้านบน จะมีโซนบนสุดที่สามารถเดินขึ้นมาด้วยบันไดวนก็ได้ หรือ จะขึ้นลิฟต์มาอีกทีก็ได้ แต่ที่นี่คือชิวมากๆ

รีวิวอาหารเย็นที่ห้องอาหาร Market Cafe by Khao


ถือเป็นไฮไลต์ของที่นี่เลยก็ว่าได้ แต่ต้องยอมรับว่าอาหารที่นี่ อร่อยทุกมื้อ แต่ชอบมื้อนี้ที่สุด เพราะไม่ต้องไปเสียเวลาจองมิชลิน เพราะที่นี่เขามีเซตอาหารดินเนอร์ ที่เมนู และ อาหารดูแลโดยร้าน Khao (เอกมัย) รีวิวฉบับเต็ม คลิก

รีวิวอาหารเช้า บุฟเฟต์ที่ปังมาก


อีกหนึ่งในจุดที่ชอบมากๆ ของการ Staycation ครั้งนี้ คืออาหารเช้าที่ไม่เหมือนใคร คือเมนูพื้นฐานที่โรงแรมควรมี เขามีหมด แต่เขามีเหนือกว่าที่อื่นๆ ที่ไม่เคยเจอ เช่น ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวากิว

มุมของย่าง ของทอด ที่เขามีไม่เหมือนที่ไหน คือจะมีพวกเมนู หมูสะเต๊ะ ไก่สะเต๊ะ อย่างไก่ย่างก็จะมีไก่เทอริยากิ มีน้ำซอสราดอร่อยๆเลย มาในไลน์บุฟเฟต์

สำหรับสาย เฮลตี้ สายมัง เขาก็มีสเตชั่น พวกผักทอด แป้งทอดให้บริการเหมือนกันค่ะ สำหรับคนหลีกเลี่ยงการทานเนื้อสัตว์

แวะไปสเตชั่นอาหารญี่ปุ่นนิดนึง เพราะเดินไปตักซุปมิโซะ เขาจะมีเมนูพวก ไข่หวาน เต้าหู้ สไตล์ญี่ปุ่นให้ด้วย ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะมีซูชิ แซลม่อนรมควันด้วย

มาที่ โซนผลไม้ ของหวานกันบ้าง เป็นจุดที่คนต่อคิวเยอะมาก ผลไม้แน่น น้ำผมไม้ก็ทำกันสดๆตรงนั้น แต่ที่ชอบใจเลยคือ น้ำมะพร้าวน้ำหอมเป็นลูกๆ เจาะแล้วมาวางให้เราได้หยิบไปทานสดๆ

และที่เขาต่อคิวกันเยอะๆ ก็คือ ผมไม้ตามฤดูกาล อย่างมะม่วง ที่เขาเสริฟได้น่าทานมากๆ สร้างความว้าวให้ต่างชาติมากๆ และ รวมทั้งเราเอง

มาอีกมุมที่ไม่อยากให้พลาด เป็นมุมเบเกอรี่ นม ซีเรียล โดยความปังของที่นี่ คือชนิดของนมที่หลากหลายให้เราได้เลือกทาน สำหรับคนรักสุขภาพ นมอัลมอนด์ที่นี่ก็มี

เบเกอรี่เป็นเมนูที่มีให้สั่ง 4-5 อย่าง เช่น Honey Toast , French toast เสริฟกันเป๊ะมาก บางเมนูต้องมีไอศรีมวนิลา มีวิ๊ปครีมประกบ เขาก็เสริฟแบบนั้นเลย

เมนูที่ไม่อยากให้พลาดคือ ครัวซองส์ เพราะของที่นี่ มาจากเชฟชื่อดัง เอาจริงๆแค่อาหารเช้าก็ประทับใจแล้ว รู้สึกคุ้มค่ามากๆ

รีวิว สระว่ายน้ำ และ ฟิตเนส


มาที่ Facility อย่างสระว่ายน้ำ และ ฟิตเนสที่นี่กันบ้าง ที่นี่ก็มีสระว่ายน้ำวิวเมือง ให้เราได้ว่ายน้ำ และ ครึ่งนึงจะเป็นสวนหย่อมเล็กๆ ให้ได้นั่งชิวๆ

ชั้นเดียวกับสระว่ายน้ำ จะเป็นฟิตเนส อุปกรณ์ครบเลยค่ะ และ เครื่องเล่นต่างๆ จะมีอย่างละ 2-3 เครื่อง พวกลู่วิ่งจะมีมากหน่อย ถือเป็นการมาพักผ่อนที่ชิวมาก กินดี อยู่ดี ถ้าใครชอบทานแนะนำที่นี่เลย สำหรับการ Staycation