ไปเลห์ทั้งทีมันต้องให้ได้ 4 ฤดู (วันที่ 8) | จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่พีคมาก

เลห์ ลาดัก ตุลาคม…หนาวทั้งทีต้องเที่ยวให้ได้ 4 ฤดู

เลห์ ลาดัก ตุลาคม – พอพูดถึงเลห์ คนคงจะนึกถึงวิวภูเขา ฟ้าสีฟ้าเดิมๆซ้ำๆ ก่อนผึ้งไปที่นี่ภาพในหัวก็เป็นงี้แหละ จนกระทั่งมาค้นพบช่วงเวลาสุดแสนวิเศษที่แบบ

ไปเจออากาศ -10 องศา ไปขี่อูฐที่ทะเลทรายหนาวๆ ไปเจอใบไม้เปลี่ยนสีสวยจนนึกว่าเกาหลี ไปเจอลมหิมะตีหน้า ทั้งหมดนี้ในทริปเดียว

ค้นพบความหนาวทรมานแบบไม่มีฮีตเตอร์ ค้นพบความอ๊อกซิเจนน้อยแบบพร้อมเหนื่อยได้ทุกเมื่อ แต่ทั้งหมดมันเป็นประสบการณ์ที่ดี และสุด…จนผึ้งแทบไม่อยากไปไหนอีกถ้าไม่สวยกว่าที่นี่ (<< เลห์วันที่ 7)

เตรียมตัวยังไง

เอกสารที่ควร & ต้องปริ้น : คลิกที่นี่
9 เรื่องที่อยากรีวิวเมื่อไปอินเดียกับ Jet Airways : คลิกที่นี่ (จองตั๋ว)
 6 ความเอ็นเตอร์เทรนบนเครื่องบิน Jet Airways ที่ทุกคนทำได้ ฟรี !!! : คลิกที่นี่
พิกัด แหล่ง นอนในสนามบินเดลี สบายเวอร์ : คลิกที่นี่
จัดกระเป๋าเดินทางสู้ภัยหนาว ทริปนี้เราจัดกระเป๋ายังไง : คลิกที่นี่
แลกเงิน แลกที่ไทยอย่าง Superrich บางสาขาต้องโทรแจ้งล่วงหน้า ด้วยความวุ่นวายเราเลยกดเงินสดจากบัตร TMB All free ซึ่งเสียค่ากดเพียง 75 บาทและได้เรตเงินราคาพอๆกับ Superrich เผลอๆบางวันถูกกว่าด้วยจ้า
การเดินทางเช่ารถเถอะ (หาเพื่อนรวมตัวกันหาร) หรือ แว๊นมอไซค์ (ไปคนเดียว หรือ 2 คน)
รีวิวที่พักทุกคืนที่เราพัก ไว้เอาไปเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจ : คลิกที่นี่
รีวิวอาหารสำเร็จรูปที่พกไป อันไหนเวิร์ค !!! : คลิกที่นี่
 อย่าลืมเตรียมหัวปลั๊กไฟ Universal ไปนะเพราะที่อินเดียหัวคนละแบบกับที่ประเทศไทย
 อินเตอร์เน็ต ไม่ต้องหาซิมส์ใดๆไปหรอก เพราะที่นี่วันไหนหนาวจัดอินเตอร์เน็ตก็ล่มทั้งเมือง 10  วันนี้เราเล่นเน็ตได้แค่ 30 นาทีเอง !!! แล้วไปเล่นตามร้านอาหาร คาเฟ่ในเลห์ บาซ่า

ชีวิตที่เลห์ ลาดัก

คือที่ไหน : ถ้าใครเคย search แผนที่อินเดียจะไม่เจอที่นี่หรือ แต่เข้าใจแบบนี้ดีกว่าคืออินเดียเขาแบ่งการปกครองเป็นรัฐมีทั้งสิ้น 29 รัฐซึ่งเลห์อยู่ในรัฐ Jammu and Kashmir ซึ่งรัฐนี้มี 3 ภาค (Region) เลห์เป็นจังหวัดที่อยู่ใน Ladakh Region คนไทยอย่างเราจึงรู้จักที่นี่ว่า Leh Ladakh
ไปเลห์ซื้ออะไร จุดไหน ราคาเท่าไร : คลิกที่นี่
อาหารที่เลห์ ของดีๆมันก็มี๊ !!! : คลิกที่นี่
อากาศที่เลห์ และ ฤดูกาลไปเที่ยว : คลิกที่นี่
ภาษา : เป็นเรื่องน่าแปลกเมื่อคนที่เลห์เองจริงๆ เขามีหลากหลายชาติพันธุ์อย่างเห็นได้ชัด บางคนมีเชื้อสายมองโกลก็พูดภาษาเลห์กัน บางคนเชื้อสายปากีสถาน บางคนเชื้อสายอินเดีย โดยรวมพูดภาษาอังกฤษได้
ศาสนา : คนที่เลห์ 60% นับถือพระพุทธศาสนาแบบทิเบต (Tibetan Buddhism) ที่คนไทยรู้จักกันดีอย่างองค์ ดาไลลามะ เป็นประมุขของคณะสงฆ์ ไม่ว่าจะขับรถไปที่ไหนเรามักจะเจอผู้คนประดับธงหลายสี หรือ แกว่งกงล้ออธิษฐานโดยภายในจะมีบทสวดมนต์อยู่ข้างใน เขาเชื่อกันวาลม และ การเคลื่อนไหวจะมีการนำสิ่งดีๆเข้ามา
Time Zone : GMT+5:30 หรือช้ากว่าเราประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

ทริปนี้ไปไหนมาบ้าง


วันที่ 8 ไปไหนบ้าง
Stakna Monastery : คลิกที่นี่
Matho Monastery : คลิกที่นี่
เรียนรู้วัฒนธรรมคนเลห์ : คลิกที่นี่
ตลาด Leh Main Bazaar : คลิกที่นี่

8th DAY : นี่อินเดีย หรือ เกาหลีเนี่ย !!!วันนี้เราก็เดินทางมาถึงวันสุดท้ายของทริปแล้วจ๊ะนายจ๋า โปรแกรมวันนี้หลวมๆเพราะอากาศที่เย็นลงไปอีกขั้น ทำให้วันนี้คือผ่านอะไร อยากไปไหนก็แวะกัน

ที่แรกวันนี้ก็ถ่ายกันริมถนนนี่แหละจ้าสำหรับวิววัด Stakna Monastery จุดนี้มีคนนิยมมาถ่ายรูปกัน ยิ่งเราไปช่วงปลายตุลาคมแบบนี้ต้นไม้เปลี่ยนสีกันหมดก็ภาพนี้ก็แปลกตาไป

จุด Viewpoint แรกผ่านไปจะเห็นทางน้ำเป็นเส้นนำสายตาไปยังวัด จุดที่ 2 คือสะพานข้ามไปวัดที่จะมีธงหลากสีผูกไว้ จุดนี้สามารถถ่ายรูปได้เรื่อยๆเลยนะจนกว่าจะพอใจจ๊ะนายจ๋า 55+

แล้วเราก็ขึ้นไปบนวัดกัน วันนั้นเป็นวันอาทิตย์แล้วเขามีงานเหมือนสถาปนาลามะ ซึ่งดูแล้วยังอายุน้อยเหมือนเป็นวัยรุ่น มีพิธีแห่แบบไม่ยิ่งใหญ่แต่ก็รู้ว่ามีพิธีแบบเรียบง่าย

แล้วรถเราก็เลยขับรถตามพิธีไป มีคนที่นับถือนิกายนี้มาโบกธงต้อนรับตลอดทางเลย พวกเขาจะมายืนรอกันหน้าบ้านเป็นอะไรที่ดูเรียบง่าย และ น่ารักดี

จากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปที่ Matho Monastery คืออย่างที่บอกเลยวันนี้ไม่มีแพลนอะไรทั้งสิ้นผ่านอะไรก็แวะกันไปตามทาง แต่กลับพีคได้เมื่อมาเจอวิวข้างทางในเมือง

อย่างที่รู้กันว่า วัดที่เลห์มักจะสร้างบนเขาเวลาที่เราขึ้นไปอยู่บนนั้นจะมองเห็นเมืองข้างล่าง คุณคะช่วงเวลาที่เราถ่ายภาพนี่เป็นช่วง 21 Oct 2018 แต่ใบไม้คือเหลืองอร่ามทั้งแผ่นดินมาก

ที่นี่ก็เงียบเหมือนวัดที่แล้วเลย 55+ แต่จุดนี้บินโดรนสวยนะเผื่อใครอยากมาตามรอยจากนั้นเราก็ขับรถลงไปข้างล่าง แล้วจะเจอจุดพีคที่บังเกิด !!!

คือมันเป็นพื้นที่ริมถนนเลย ยังไม่ออกสู่ถนนใหญ่ คือวัดนี้จะอยู่ห่างจากถนนใหญ่ และ ห่างจากบ้านผู้คน แล้วต้นไม้เหล่านี้จะเห็นได้ชัดจอดได้เลยแล้วมันจะมีพื้นที่เล็กๆให้เดินเข้าไปมีล่องน้ำเล็กๆไหลผ่าน

แล้วเราก็ไปกันต่อเป็นบ้านของคนที่นี่ ที่เขารักษาไว้ให้เป็นที่ๆคนรุ่นใหม่อย่างเราก็สามารถเข้ามาดื่มชา กินขนม แต่งตัวเป็นคนเลห์ได้ (รีวิว) โดยถ้าใครอยากมาสามารถแอดไลน์ถามพี่แก้วได้นะ พี่เขารู้จักเจ้าของที่นี่ (Line ID: kaewmangkorn)

นี่คือบรรยากาศหน้าบ้านกับคุณแม่เจ้าของบ้าน และ สามสาวแก๊งลูกพี่เปี๊ยก ต้องยอมรับเลยว่าแก๊งนี้เที่ยวกันถึก และ ทนมากจริงๆ คือปกติผึ้งจะเที่ยวกับมายอยู่แล้ว (น้องเสื้อเหลือง) แล้วก็ไม่คิดว่าเพื่อนมายจะเที่ยวโหดเหมือนมาย 55+

นั่งข้างนอกมันหนาว ในที่สุดก็เข้ามานั่งข้างใน ทุกสิ่งทุกอย่างข้างในบ้านไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ของมีค่าใดๆก็ยังอยู่ครบ แล้วก็ถึงเวลา Tea time ซึ่งชาที่นี่หอมมาก กินกับขนมที่เขาทำเอง จะออกแนวคุกกี้

นอกจากนั้นเขายังแถม Local Beer ให้ด้วยหมักกันเอง หอมหวาน ไม่ไปไหนแล้วได้ไหม 55+ แล้วก็ออกไปถ่ายรูปกันค่ะ คนเลห์ที่แท้ทรูเขาแต่งตัวกันแบบนี้นี่เองซึ่งจะหาดูกันไม่ได้ง่ายๆ นอกจากโอกาสพิเศษ

จบจากตรงนี้ก็ไม่มีที่ไปละ 55+ ที่เก่าเวลาเดิมก็คงไป Leh Main Bazaar 55+ วันนี้เปลี่ยนร้านนั่งบ้างวิวดีเวอร์ชอบร้าน Lehvenda Cafe แต่ราคาแอบแรงอาจเป็นเพราะเงินหมดแล้วไง อะไรก็ดูแพงวันสุดท้ายแล้วด้วย 55+

ค่าเฟ่ เลห์ ซื้ออะไรสุดท้ายเราก็ส่งท้าย ความทรงจำดีๆด้วยอาหารมื้อที่ดีที่สุดใน 8 วันกับร้านบรรยากาศน่ารัก ขอบคุณผู้ร่วมทริปทุกคนที่ทำให้ทริปนี้มีความหมาย สุข หนาว ทรมานไปพร้อมกัน พร้อมเสียงหัวเราะของทุกคน – เที่ยวเลห์ครั้งเดียว เอาให้มันได้ 4 ฤดูกาลแบบนี้

 10,258 total views,  3 views today