รีวิว โรงเรือนต้นไม้ ประหยัดงบเพียง 1,500 บาท แบบฉบับ DIY

โรงเรือนราคาประหยัด – ต้องขอเล่าก่อนค่ะ ว่าเจตนาของรีวิวนี้เกิดจากการอยากแชร์เผื่อสำหรับมือใหม่เหมือนเรา ที่เพิ่งมาเลี้ยงต้นไม้ ส่วนตัวคุณผึ้งชอบไม้ด่าง ความด่างทำให้ใบเขาไม่แข็งแรง แต่สวย เราเลยต้องหาที่ให้ไม้ด่างเหล่านี้อยู่แบบปลอดภัย ในราคาย่อมเยา เพราะเป็นมือใหม่ ตามคุณ ผึ้ง 6 August Journey มาจะพาไป DIY โรงเรือนกัน

อุปกรณ์ ทำโรงเรือน


1.) โรงเรือนสำเร็จรูป (Shopee) ราคา 1,000 – 1,300 บาท
2.) มุ้งลวดพลาสติก (ซื้อร้านช่าง วัสดุก่อสร้าง) ราคา 200 บาท
3.) สแลนกันแดด (ซื้อร้านต้นไม้) ราคา 80 บาท
4.) เข็ม กับ ด้าย (ที่บ้านมีอยู่แล้ว)
5.) กรรไกร และ คัตเตอร์

อุปกรณ์ปูพื้น (สำหรับคนที่พื้นไม่เท่ากัน)


1.) ทราย (แนะนำไปขอซื้อตามไซต์ก่อสร้าง) ราคา ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้
2.) หิน (เราซื้อที่ร้านต้นไม้) ราคา ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้
3.) หินปูทางเดิน (เราซื้อร้านต้นไม้) ราคาก้อนละ 60 บาท

ข้อดี


  1. ราคาถูก
  2. คุณภาพของพลาสติกที่เป็น Housing หนาดี มีเชือก มีสมอบก
  3. สะดวก เพราะต่อง่าย ไม่มี Skill เรื่องก่อสร้างก็ทำได้
  4. ใช้กันแดด กันฝน ได้ครบ กันพวกแมลงได้ 90%

ข้อเสีย


  1. อากาศข้างในร้อน (เวลากลางวัน)
    วิธีแก้ไข คือพยายามเจาะรู และ เย็บมุ้งลวด แถวจุดใต้หลังคา เพราะความร้อนจะลอยขึ้นที่สูง และ เป่าพัดลม รวมทั้งหมอก ช่วยลดความร้อนได้เยอะ (ทดลองช่วงเวลาร้อนจัด) แต่วันไหนที่ร้อนจัดหลังคาพลาสติกจะร้อน เราก็เอาสายยางฉีดรดทั้งหลังเลย หายร้อนได้เยอะ
  2. อบ อาจทำให้ต้นไม้เฉา 
    วิธีแก้ไข คือเจาะหน้าต่างๆให้ทั้ง 3 ด้านเลยแล้วเย็บมุ้งลวดให้รอบด้าน ช่วยระบายอากาศได้ดีมากค่ะ
  3. แดดแรงไป
    วิธีแก้ไข ซื้อสแลน 60% มาคลุมโรงเรือนอีกที แล้วลองวัดแสงคือได้แสงรำไรดีมาก ต้นไม้ดูมีความสุขมากค่ะ

โดยรวม เราว่ามั้นคุ้มค่ากับราคา และ ลองใช้มา 1-2 อาทิตย์ต้นไม้ก็โตวันโตคืนค่ะ แถมเรายังสามารถต่อไฟ เข้าไปทำไฟต้นไม้ข้างในยามค่ำคืนได้ด้วย

ขั้นตอนการประกอบ โรงเรือน


เมื่อของมาส่งถึงบ้าน แนะนำว่าทุกคนควรฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือ แอลกฮอล์พัสดุก่อนแกะ เนื่องจากสถานการณ์โควิด หลายๆจุดขนส่ง คนติดโควิดเยอะค่ะซิส

ส่วนประกอบที่เขาให้มาจะแบ่งเป็น พลาสติกข้อต่อจุดต่างๆ (มีประมาณ 6 แบบ) และ ตัวกึ่งเหล็กกึ่งอลูมิเนียม (มีประมาณ 6 แบบ) ตะแกรงไว้วางต้นไม้ เลยแนะนำให้แบ่ง และ จัดกลุ่มชิ้นส่วน เพราะเวลาต่อจะได้หยิบจับได้ง่ายค่ะซิส

ในกล่องอุปกรณ์เขาจะมี กระดาษ 1 แผ่นที่เป็นคู่มือต่อมาให้ โดยจะเริ่มต่อจากฐานของโรงเรือน และ ค่อยๆต่อขึ้นไปชั้น 1 ชั้น 2 ยันชั้น 3 และจบด้วยโครงหลังคา เทคนิคการต่อ คือ พยายามต่อแต่ละจุดหลวมๆก่อน เมื่อต่อครบทุกชิ้นได้ทั้งหลังแล้ว ค่อยต่อแน่นๆ แต่ละข้อต่อ

จากการอ่านรีวิวมา โรงเรือนนี้เป็นพลาสติกทั้งหลัง อบ ร้อน จะทำให้ต้นไม้เฉาได้ คุณผึ้งจึงคิดไอเดีย ระบายอากาศง่ายๆ ด้วยการทำหน้าต่าง และ เย็บมุ้งลวดให้โรงเรือนทั้ง 3 ด้านเลย อีกด้านนึงเป็นประตู ก็เปิดไว้ทั้งวันช่วงกลางวัน

เมื่อทำหน้าต่างเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาที่ต้องจับ Housing ทั้งหลังนี้มาคลุม โครงโรงเรือน เวลาคลุมแอบต้องใช้บันได 2 ชั้นมาคลุม เพราะลำพังถ้ายืนคลุมข้างล่างคือเป็นไปด้วยความยากลำบากมาก

เนื่องจาก จากการลองทำหน้าต่างแค่ 2 ด้าน แล้วรู้สึกว่าอากาศยังไม่ถ่ายเทได้ตามที่หวัง เลยต้องเจาะบานสุดท้าย แล้วเย็บระหว่างที่มันขึ้นโครงแล้ว เทคนิคจุดนี้คือ ต้องใช้คน 2 คนอยู่ข้างในและข้างนอกโรงเรือน แล้วจังหวะที่เย็บก็เสียบเข็มไปที่คนอีกฝั่งสลับไปมา

ขั้นตอนการทำพื้น


ตรงนี้สำหรับคนที่บ้านมีพื้นไม่เท่ากัน และ สำหรับหลายคนที่อยากได้ความชื้น ได้ความสวยงามแตกต่างกันไป อย่างหลายคนชอบเลี้ยงพวกไม้ที่ชอบความชื้น เขาก็จะใช้หินภูเขาไฟ เก็บน้ำเก่งๆปูพื้น

แต่โดยรวมมักเริ้มต้นปรับระดับพื้นด้วยทราย ทำให้เรียบ แล้วจะต่างกันที่วัสดุบนทราย อย่างที่เล่าไปค่ะซิสสส อย่างเราเน้นสวย เลยใช้หินสีขาว และ ดำตัดกัน บางคนเขาเน้นความชื้นด้วย เลยใช้ถาดใส่น้ำรอง และ เอาหินภูเขาทรายเททับอีกที แล้วแต่สะดวก

สุดท้าย เราก็ได้มุมโรงเรือนในบ้านเล็กๆ ที่มีความน่ารัก เหมาะสมกับมือใหม่ ที่เพิ่งเริ่มต้นแบบเราค่ะซิสสส ครั้งหน้าจะมาแชร์ประสบการณ์เลี้ยงต้นไม้ในสวนคุณผึ้งให้อ่านกัน แต่จะเขียนในเชิงมือใหม่จริงๆค่ะซิส