รีวิว : Osaka 1 day pass

เที่ยวโอซาก้าด้วยตัวเอง สองวัน “เพียงพอ” แล้ว

เที่ยวโอซาก้า ทริปนี้เป็นภาคต่อจาก ทริปเกียวโต 3 วัน 2 คืน เดินทางคนเดียว ยาวนานมากทำเอาคิดถึงบ้าน กับทริปนี้

ญี่ปุ่น 9 วัน โตเกียว คาวากูจิ เกียวโต โอซาก้า โกเบ ครั้งแรก

รีวิวนี้ขอพูดถึงโอซาก้าให้อ่านกันจ้า เมืองนี้ขึ้นชื่อหลายเรื่องแต่มีเรื่องนึงที่ประทับใจมากคือ ของกินอร่อยมาก อร่อยที่แบบว่าหากินในไทยได้น้อยด้วยแหละ เอาเข้าจริงเมืองนี้จะมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ที่ไม่เหมือนโตเกียว คือเป็นเมืองแต่ก็ไม่ได้เมืองจ๋าขนาดนั้น จะออกแนวเกียวโตก็ไม่ใช่ ลืมเล่าไปจากการเดินทางจากโตเกียว ลงมา เกียวโต ลงมายันโอซาก้า ขอบอกเลยว่าความหล่อของผู้ชายก็ลดลงตามลำดับ 55+ ตามฉันมาฉันจะพาเที่ยวโอซาก้า

งบที่ใช้สำหรับเมืองนี้

10,400 เยน หรือ ประมาณ 2,912 บาทไทย(ไม่รวมค่าที่พัก และ ค่าตั๋วเครื่องบิน)
อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 0.28 จ้า

2,300 Y – Osaka Amazing Pass 1 day
1,100 Y – คุชิดัตสึ ดารุมะ
2,400 Y – ปู 3 ตัว หอย 2 ตัว
1,400 Y – สเต็กโกเบ
   800 Y – ตั๋ว One day Pass Osaka
   800 Y – ชีสเค้กร้านดัง PABLO
   700 Y – ปูนัมบะ
   600 Y – ร่องเรือ

เตรียมอะไรบ้าง

บัตร Osaka Amazing Pass สุดคุ้มใช้อะไรได้บ้าง : คลิกที่นี่

สถิติราคาตั๋วไปกลับโอซาก้าปี 2015 ไว้ดูตัดสินใจก่อนซื่อ : คลิกที่นี่

พิเศษ!! แจก code ส่วนลด Booking.com 550 บาท (เมื่อจองที่พักขั้นต่ำ 1,100 บาทขึ้นไป): คลิกที่นี่

สำหรับสมาชิก BIG ของแอร์เอเชีย ตอนนี้ใช้คะแนนแทนการจ่ายค่าตั๋วแอร์เชียได้แล้ว ที่หน้าสุดท้ายตอนจ่ายเงิน: คลิกที่นี่ (ได้ตั๋วคุ้มกว่าใคร ใครยังไม่เป็นสมาชิก BIG โหลดแอพ AirAsia BIG สมัครฟรี แล้วเริ่มสะสม BIG Points ได้เลย >> http://bit.ly/2lHY97G)

ไปไหนมาบ้างอย่างละเอียด

หอคอยซึเทนคาคุ : คลิกที่นี่
ปราสาทโอซาก้า : คลิกที่นี่
ล่องเรือรอบโอซาก้า : คลิกที่นี่
ตะลุยกินนัมบะ : คลิกที่นี่
ชมวิวริมอ่าวโอซาก้า : คลิกที่นี่
ชิงช้าสวรรค์ HEP FIVE : คลิกที่นี่

การเดินทางเริ่มแล้ว

Osaka

จากตอนที่แล้วเราเดินทางจากเกียวโตช่วงเวลาประมาณห้าโมงเย็น แอบใจหายเบาๆ เพราะความรู้สึกที่ต้องโยกย้าย ไปเรื่อยๆอีกอย่างไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเจออะไรด้วยแหละประเด็น คิดถึงบ้านด้วย อดใจอีกนิดเดียวจะได้กลับบ้านแล้ว อิอิ

เอาเข้าจริงอาจเป็นเพราะว่า เกียวโต อากาศดีมาก และ มีสเน่บางอย่างทำเอาเราไม่อยากจากไปไหน

ค่ำคืนนี้ขอให้ได้ไปถึงโอซาก้าเร็วกว่าเดิมด้วยเถอะ เลยเลือกที่พักที่ใกล้กับสถานีรถไฟสถานีใดก็ได้ แต่เดียวก่อน อย่าเพิ่งออกจากสถานีโอซาก้าถ้ายังไม่ได้ซื้อ Osaka Amazing Pass บอกไว้เลย

บัตรใบนี้แหละจะพาเราฟินทั่วโอซาก้า

บัตรใบนี้แหละจะพาเราฟินทั่วโอซาก้า

ความเป็นจริงแล้วสถานีนี้มันดูงงๆ ตรงที่คือจะมีจุดขายตั๋ว JR ที่ยิ่งใหญ่เพื่อเที่ยวทั่วญี่ปุ่น กับจะมีร้านเล็กๆที่ขาย Osaka Amazing Pass เดินก็ถามไปเรื่อยแหละเดียวก็เจอ

สุดท้ายก็ได้ตั๋วมาจ้าในราคา 2,300 เยน หรือ 700 บาทเท่านั้น

สบายใจล่ะตั้งหลักเดินทางกันอีกรอบเพราะ โตเกียว เกียวโต โอซาก้า แผนที่ สายรถไฟไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง แต่จับจุดโตเกียวได้แล้ว โอซาก้าก็สบาย

แผนผังที่จะเที่ยวตามโซนในวันพรุ่งนี้ วางแผนเพื่อประหยัดเวลา

แผนผังที่จะเที่ยวตามโซนในวันพรุ่งนี้ วางแผนเพื่อประหยัดเวลา

ค่ำคืนนี้จองโรงแรมนี้ไว้ นอนคนเดียว ปัญหาระดับชาติอีกอย่างคือ ทุกอย่างในห้องนอนไม่มีภาษาอังกฤษเลย ทุกอย่างเป็นภาษาญี่ปุ่น

ฮีตเตอร์เปิดอย่างไร เบาแอร์ทำยังไง เป็นปัญหาระดับชาติ เลยต้องนอนแบบนั้นไป

คือหนาวมากก็อาศัยใส่ลองจอนกับเสื้อหนาวสองชั้น เพราะเปิดฮีตเตอร์ไม่เป็น ลองแล้วเดาไม่ได้จริงๆ ฮ่าๆ

ฮีตเตอร์ข้างเตียง แต่เปิดไม่เป็น

ฮีตเตอร์ข้างเตียง แต่เปิดไม่เป็น

เช้ามารีบเช็คเอาต์ แล้วก็เอากระเป๋าไปเก็บกับที่พักใหม่ที่จองผ่าน Airbnb แชทผ่านโปรแกรมแชทของ Airbnb แบบ Real time กับเจ้าของเลยเขาก็มารอรับเราที่สถานี เขาจะคอยถามและ take care ตลอดทางน่ะ

เมื่อเจอหน้าเจ้าของ เป็นผู้ชายชาวฝรั่งเศส ใส่เสื้อหนัง น่าตาดีมาพร้อมหมาลายเสือที่แสนน่ารัก โอ้วดีงามมาก

เขาก็ถามแหละวันนี้เที่ยวไหน แนะนำนู่นนี่ เขาจะคอยบอกตลอดทางว่าที่พักเขาเดินตรงๆ ง่ายๆ แต่เอาเข้าจริงกลับมาดึกจ้า แอบหลง 55+

นี่ไง โฮสต์สุดแสนน่ารักที่ได้พักจาก Airbnb

นี่ไง โฮสต์สุดแสนน่ารักที่ได้พักจาก Airbnb

ฝากกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ก็ออกเที่ยวกันได้ จุดมุ่งหมายการเที่ยวแต่ละที่ก็สำคัญน่ะคูณณ ขอแชร์จ้าสมมุติว่าเราพักแถวนี้ เราแค่มองหาที่เที่ยวจาก Osaka Amazing Pass map ที่เขาแถมมาให้ ย่านไหนใกล้เราที่สุดก็เริ่มเที่ยวจากจุดนั้น ง่ายเนอะ

ย่านที่ออกคือย่าน Tennoji ซึ่งมี หอยคอ หอคอย กลูลิโกะ รออยู่นั้นเอง

 ตามจริงไม่ได้อินอะไรมากบ่องตง เพียงแต่มาทั้งทีก็ขอให้ได้ลองขึ้นไปชมกับเขาหน่อยล่ะกัน เพราะใช้บัตรนี้แล้วฟรี เมื่อเลือกได้แล้วว่าจะเที่ยวที่ไหนเราก็เดินทางกันเลย ข้างบนนี้เราสามารถเห็นวิวโอซาก้าได้รอบเมือง และ มีเรื่องราวของกูลิโกะเป็นของแถม

วิวจากบนนั้นจ้า

วิวจากบนนั้นจ้า

แล้วก็ถึงเวลาเที่ยง พอดีเปะ ก็เปิด Osaka amazing pass เล่มเดิม นอกจากจะเข้าที่เที่ยวฟรี ยังมีคูปองส่วนลดร้านต่างๆด้วย เสร็จเก๊า มีร้านอยู่ข้างล่างพอดี อ่านไม่ออกหรอก แต่เห็นภาพในนั้นก็เลยมั่นใจว่าต้องใช่แน่ๆ

สรุปเห็นอะไรไม่รู้ ทอดๆ มันต้องเอียนแน่ๆ แต่หารู้ไม่ มันอร่อยเลยแหละ เขาเรียกว่า คุชิดัตสึ ดารุมะ

กินครั้งแรกที่นี่เลย กินผิดๆถูกๆ คือเขาจะมีผักเป็นเครื่องเคียง แล้วจะมีน้ำจิ้มดำๆ ใหญ่ๆมาให้ 55+ ด้วยความที่ไม่เคยกินจ้า มีการเทน้ำจิ้มออกมาใส่จานตัวเองเฉยๆ กินเสร็จถึงได้เห็นคนที่นั้นกินกัน เขาจะจุ่มลงไปเลย อื้อหื้อ จำไว้ เดียวไปกินที่ทองหล่อแปบ

ตอนแรกนึกว่าจะเอียน แต่ไม่ใช่ อร่อยดี ต้องกินอย่างพอดี

ตอนแรกนึกว่าจะเอียน แต่ไม่ใช่ อร่อยดี ต้องกินอย่างพอดี

ย่านต่อไปที่เราจะมุ่งหน้าไปคือ บริเวณที่ถือว่าเป็น เอกลักษณ์ ของที่นี่นั้นก็คือ ปราสาทโอซาก้า แอบสารภาพเลยว่ามาถึงแล้ว แต่ไม่ได้ขึ้น เพราะคนเยอะเหลือเกิน

ถ้ามาช่วงบ่ายนี่ขอบอกเลยว่าต้องรอนานเป็นชั่วโมงแน่ๆ เสียเวลาเที่ยว เลยขอมาถ่ายรูปคู่แพรบ

ไหนๆก็ไม่ได้ขึ้น งั้นขอนั่งเรือชมรอบๆล่ะกัน เพราะหน้าปราสาทมีท่าเรือพอดีเลย แหมะ เปลี่ยนเรื่องอย่างเร็ว 55+

สวยงาม แต่ใกล้ๆ ตัวปราสาทแอบเหลือง และ เสียงดังมาก

สวยงาม แต่ใกล้ๆ ตัวปราสาทแอบเหลือง และ เสียงดังมาก

เรือนี้ตามจริงไม่ฟรี เพราะขึ้นในช่วงตุลาคม แต่มันจะฟรีในช่วงซากูระบาน แต่ก็ได้ส่วนลดอยู่เยอะจาก Osaka Amazing Pass นึกถึงคลองแสนแสบเลย คือน้ำดำ แต่เรือหรูหรา ติดแอร์ เลยไม่รู้ว่าเหม็นไหม

แล้วเราก็เห็นโอซาก้าอีกมุมที่ไม่เคยเห็น ผ่านสายน้ำ จากปราสาทโอซาก้า ไปลงที่ โยโดยาบาชิ

ตามจริงเมืองนี้มีความเป็นอินเตอร์มากกว่าโตเกียวด้วยซ้ำ คือ ความเป็นญี่ปุ่นไม่มาก ศิลปะยุโรปมาผสมอยู่เยอะ หลังจากที่ได้ชมเมืองจากการนั่งเรือ เป็นอีกมุมที่ไม่เคยเจอเลยคุณผู้ชม 55+

เรือหรู ราคาย่อมเยา จาก Osaka Amazing Pass

เรือหรู ราคาย่อมเยา จาก Osaka Amazing Pass

นั่งไปนั่งมา เพิ่งรู้ตัวว่าทำแผนที่ Osaka amazing pass หายสิ่งที่หายตามกันไปด้วยก็คือ คูปอง อะไรกันยังใช้ได้ไม่คุ้มเลยง่ะ 55+ แต่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนคือ เปิดแผนผ่านเน็ตเอา

กำลังคิดในใจว่า จะโดนตำรวจจับไหม ถ้าการทำแผนที่หาย เป็นการทิ้งขยะแบบไม่รู้ตัว 55+

หาได้แคร์ไม่ เราก็มุ่งหน้าไปกันที่ นัมบา ย่านมุมมหาชนที่ใครๆต้องมากางแขนถ่ายรูปกับกูลิโกะกัน แต่คุณพระคุณเจ้าที่นี่ที่เดียวมีสถานี 3 สถานีได้ แล้วเราจะลงที่ไหนกัน เลยตามเลย ประเด็นเลยอยากกินเมนูปู เมนูหอย ก่อนไปไม่รู้หรอกร้านไหนดัง รู้แต่ว่าร้านไหนมีรูปสิ่งที่อยากกินนี่คือเข้าไปเลย

เที่ยวโอซาก้าด้วยตัวเอง

งานปู งานหอยต้องมา

ความฟินของการกินร้านญี่ปุ่นมันดีตรงนี้ คือ การที่เป็นโสด อยากกินปิ้งย่างคนเดียว ก็มีเคาเตอร์ให้นั่งปิ้งคนเดียวจ้า ไม่ต้องงอแงตีโพยตีพายไป

เพราะการเป็นโสด เราสามารถปิ้งย่างคนเดียวได้ พนักงานเสริฟน่าตาดีๆ จะดูแลเราดีเป็นพิเศษ 55+

มโนไปไกล คือเขาดูแลเราดีจริงๆ เพราะเขาเห็นเรากินไม่เป็นนั้นเอง ไม่มีไรมาก เขาก็เดินมาคนปู ปรุงหอย พลิกไปมาให้บ่อย อื้อหื้อฟินมาก แล้วพอกลับมาแล้วเพิ่งรู้ว่าร้านนี้ดัง ฟินไปอีกจ้า อร่อยมาก เดินไปเดินมาเดียวก็เจอ 55+

คำเดียวสั้นๆ หากินแบบนี้ที่ไทย ได้ที่ไหน รบกวนผู้รู้บอกด้วย

คำเดียวสั้นๆ หากินแบบนี้ที่ไทย ได้ที่ไหน รบกวนผู้รู้บอกด้วย

มาคนเดียวกินปูไป 3 ตัว กินหอยไปอีก 2 ตัว กินข้าวไป เห้ออออ ความหิวฆ่าเราได้จริงๆ 55+ โดนไปราคาไม่เบาเราก็เดินกันต่อ จากการตามล่าของฟรีแล้ว สิ่งที่อยากทำถัดไปคือการนั่งเรือ ที่คลอง Tomburi เพื่อชมอะไรไม่ทราบ

บรรยากาศบนเรือ ให้อารมณ์ราวกับว่า เราไม่ต้องเดินเพื่อเที่ยวรอบๆ นัมบะ แต่เรือพาเที่ยว ถ้าอยากเข้าร้านไหน ลงเรือก็มุ่งไปเลย ง่ายดี

อีกอย่างจะมีเจ้าหน้าที่เล่าเรื่องราวของย่านนี้เป็นภาษาญี่ปุ่น ซึ่งฟังง่าย รู้เรื่องได้ไงก็ไม่รู้ทั้งที่ไม่มีพื้นฐาน ไม่เชื่อลองดูได้ ไม่ได้โม้

รอดสะพานไปกี่สะพานล่ะ จำได้ไหม ให้ทาย 55+

รอดสะพานไปกี่สะพานล่ะ จำได้ไหม ให้ทาย 55+

เมื่อลงเรือมาแล้ว แอบมีร้านที่สนใจหลายร้าน แต่ดูจากจำนวนคนแล้ว เดินพรุ่งนี้ก็ได้ ทันใดนั้น ภาพการตามล่าของฟรีก็ผุดขึ้นมาในหัว จะหมดวันแล้วเดียวใช้ไม่คุ้มค่า ชีวิตต้องดำเนินต่อ ย่านต่อไปที่ไปต่อคือ Bay Area อยากไปขึ้นชิงช้าสวรรค์ที่นั้นอะไรทำนองนั้น แต่ๆ

นี่เป็นเวลา 5 โมงเย็นไปแล้ว ไปไม่ทันเรือ ซานต้า มาเรีย ร้องไห้หนักมากบอกเลย

แล้วก็ถึงเวลาที่เราต้องขึ้นชิงชาสวรรค์ที่ติดอันดับโลกในเรื่องความสูง ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้าง แต่วันนั้นฟ้าไม่ค่อยเปิดเท่าไร เลยไม่เห็นดวงจันทร์ ในแบบที่อยากเห็น แต่บอกเลย มันสูงจนน่ากลัว นั่งแบบกระจกใสๆด้วยน่ะ

สูงจนใจหาย นานด้วย

สูงจนใจหาย นานด้วย

ลงจากชิงช้าสวรรค์แล้วย่านนี้จะมี หอชมวิวอีกที่ เป็นหอชมวิวสนามบินคันไซ รู้หมือไร่ สล็อตก็มา 55+ สาระแล้วคือ สนามบินแห่งนี้เกิดจากการถมที่ลงทะเล ไม่ได้เกิดบนพื้นดินธรรมดา อัศจรรย์ไหมล่ะ มันเป็นเกาะที่คนเราสร้างขึ้นนี่แหละ

สนามบินคันไซแห่งนี้ เลย อยู่บนเกาะจำลองที่มนุษย์สร้าง ที่ต้องต่อสู้กับพายุ แผ่นดินไหว กันบ่อยๆ สุดยอดจริงๆ

เล่าไปไกลสรุปคือ เราก็ไปต่อกันที่ หอสำรวจเมือง ขึ้นไปฟรี แต่แอบหลง ต้องเดินดีๆน่ะ และตอนที่ไปดึกแล้วด้วย ที่ชอบใจสุดๆคือ เป็นช่วงเทศกาล ฮัลโลวีน เลยมีคูปองกินหนมแถมมาราคาพิเศษ จัดว่าเด็ดจ้าคุณผู้ชม

คือกินแล้วฟิน ราคาลด

คือกินแล้วฟิน ราคาลด

ออกจากที่นี่ก็คิดว่าดึกแล้ว แต่แบบของฟรีน่ะ ขอให้ได้ใช้เถอะ เวลาก็ประมาณ 3 ทุ่มแล้วเราขอมุ่งตรงไปที่ HEP Five ชิงช้าสวรรค์ที่อยู่ย่าน Kita

เราเที่ยวกันโหดมาก แต่เพื่อความคุ้มค่าของการใช้บัตร เรายอม

สุดท้ายเราก็มาโผล่กันที่คิดไว้ แต่เดี่ยวๆ ฝนตกจ้า ตกปอยๆ ให้ได้ทำมิวสิคกัน แต่ก็น่ะ อุตส่ามาแล้วก็ลุยฝนออกไป ไม่มีโอกาสซื้อร่มใสๆ เป็นนางเอกเอ็มวีกับเขาหรอก ชิงช้าสวรรค์แห่งนี้มีความพิเศษตรงที่สามารถเอาโทรศัพท์เราเสียบกับสิ่งที่เขาเตรียมไว้ให้ แล้วในกระเช้าจะบรรเลงเพลงที่เราเปิดนั้นแหละ โรแมนติค คนเดียว 55+

ฝนตกยิ่งนึกถึงทีไรก็ชุ่มช่ำ

ฝนตกยิ่งนึกถึงทีไรก็ชุ่มช่ำ

จบค่ำคืนนี้กันด้วยสถานที่แห่งนี้ ตามจริงก็ประมาณ 3 ทุ่มเองเพียงแต่เที่ยวต่อไม่ได้แล้วเท่านั้นเอง เพราะฝนตก เลยวิ่งตากฝนกลับที่พัก เมื่อกลับไปที่พัก ก็ได้พบภรรยาโฮสต์ เป็นสาวญี่ปุ่นผิวสีแทนสวย มาคอยดูแล

เขาก็พาทัวร์ และ แนะนำการใช้ห้องน้ำ ซึ่งต้องใช้รวมกับ โฮสต์นั้นแหละ บ้านที่นี่ไฮเทคดี ระบบน้ำอุ่น ชักโครก

คืนนี้ก็เป็นคืนสุดท้ายของการพจญภัยที่นี่ พรุ่งนี้เช้าเราจะเที่ยวเป็นวันสุดท้าย คืนนี้ลาตรีสวัสดิ์จ้า


เ ช้ า  2 8  ตุ ล า ค ม  2015 แล้วเราก็เดินทางมาถึงวันสุดท้ายแล้ว !!

เช้านี้ตื่นสายๆ สบายๆ ขึ้นมาเล่นกับหมา พร้อมคำถามจากโฮสต์สุดหล่อ ว่านอนหลับดีไหม ก็โอเคน่ะ น้องหมาก็ขี้เล่น เลยเล่นกับมันสักพักแล้วก็ค่อยอาบน้ำ แล้วก็เอาอีกแล้ว

เข้าห้องน้ำ แต่ไม่รู้ปุ่มกดเพื่อกดมันอยู่ตรงไหน ถึงกับเปิดประตูออกไปถาม โฮสต์ นางก็แอบขำ 55+

ครั้งนี้คือลองทุกปุ่มยกเว้นปุ่มที่เป็นสีแดง แอบจำมาตอนเข้าแถวชินจูกุ แต่ใช้ไม่ได้ผล โอ้ยย ชีวิตคนอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก แล้วต้องเป็นกับทุกเครื่องใช้จริงๆ เขิล แล้วก็เก็บของเพื่อมุ่งหน้าไปฝากกระเป๋าที่ล็อคเกอร์ในสถานีที่สามารถต่อไปสนามบินได้สะดวกนั้นก็คือสถานี Tengachaya นั้นเอง

เลือกซื้อบัตรแบบ One day pass สำหรับการเดินทางในวันนี้ คิดไปคิดมาขอบอกเลยว่า Osaka Amazing Pass 2 days คุ้มค่ามาก แต่ดันซื้อแบบวันเดียว เสียดาย

เลือกซื้อบัตรแบบ One day pass สำหรับการเดินทางในวันนี้ คิดไปคิดมาขอบอกเลยว่า Osaka Amazing Pass 2 days คุ้มค่ามาก แต่ดันซื้อแบบวันเดียว เสียดาย

เก็บกระเป๋าแล้วไร้เป้าหมายมากวันนี้ เลยขอโฉบไปแถวโกเบ ขอลองกินสเต็กโกเบกับเขาบ้างว่าจะอร่อยขนาดไหน เมื่อมาถึงโกเบแล้วมีร้านสเต็กเรียงรายเต็มไปหมด แล้วทำไงง่ายมาก

ร้านไหนคนต่อแถวเยอะ แปลว่าต้องเป็นร้านอร่อยแน่ๆ ก็ไปต่อบ้าง 55+

รอสักพักถือว่าไม่นานมากก็ถึงคิว โอ้ยยยมันไม่ได้แพงอย่างที่คิดน่ะ ตอนแรกนึกว่าต้องสั่งแบบ 3 พันเยนที่ไหนได้ 1400 เยนก็มีเพียงแต่จะไม่เยอะเท่าชุดนั้น

คนที่เห็นคือยืนต่อแถวจากเราน่ะ เยอะจริงๆ

คนที่เห็นคือยืนต่อแถวจากเราน่ะ เยอะจริงๆ

และแล้วก็ถึงคิวเราก็เข้าไปนั่ง เขาก็จะหยิบเมนูให้อ่าน เอาอีกแล้วภาษาญี่ปุ่นหมดอีกแล้ว อาศัยดูราคาแล้วชี้เอา โวะชีวิตดี๊ดี ก็ได้เนื้อมานั้นแหละ กี่กรัมก็ว่าไป แต่สิ่งที่เด็ดมากคืออะไรรู้เปล่า คือ เชฟ ที่อยู่ตรงหน้านั้นเอง

ชายหนุ่มรูปงาม เป็น เชฟทำสเต็ก แกรรรรร บอกเขาไปว่าฉันชอบเขา แอร้ย ><

เก็บอาการแล้วก็ถ่ายคลิปไว้ ดูแล้วเพลินจริงๆ สเต็กน่ะ ไม่ใช่คนทำ 55+ รักษาความเป็นกุลสตรีหน่อยเถอะ เขาก็ถามว่าสุกมากสุกน้อยอะไรต่างๆ เราขอแบบสุกเลยรอไป 55+

รสชาติอร่อยมาก จากที่ลองชิมเนื้อมาหลายที่ เคยชิมแบบราคาหลายพัน แต่อันนี้โดนใจมาก

รสชาติอร่อยมาก จากที่ลองชิมเนื้อมาหลายที่ เคยชิมแบบราคาหลายพัน แต่อันนี้โดนใจมาก

อิ่มอาหารตา และ อิ่มจริงๆแล้วตอนแรกกะจะเที่ยวทั่วโกเบ แต่เพิ่งนึกออกว่ายังไม่ได้ไปลอง กินของดีแถวนัมบะเลย ประกอบกับยังไม่ได้ซื้อของฝาก เลยกลับไปเที่ยวแถวนั้นดีกว่า ด้วยความว่าท้องอิ่มมากแล้วสิ่งที่กินได้จึงเหลือของกินเล่น

ปูเผาเอย เค้กชีสชื่อดังเอย ตามจริงอยากกินทาโกะด้วย แต่มั่นใจว่ากินไม่หมดแน่ๆ

นี่คือของกินเล่น ขอบอกเลยว่าใครมาญี่ปุ่น แล้วไม่อ้วนนี่คือแปลกมาก แนะนำจ้า ชีสเค้กชื่อดังใช้คูปอง Osaka Amazing Pass เป็นส่วนลดได้อีกน่ะ

ท้องแน่นมากบอกเลย 55+

ท้องแน่นมากบอกเลย 55+

แล้วก็เย็นพอดี ถึงเวลาซื้อของฝากแล้วขอคืนภาษีได้เลยที่นัมบะ จากนั้นก็แวะเอากระเป๋าเดินทาง แล้วมุ่งหน้าตรงไปสนามบิน คันไซ ค่าตั๋วรถไฟมุ่งหน้าไปคันไซราคา 980 เยน แล้วก็รอบิน 5 ทุ่มจ้า ได้นั่ง Air Asia X โซนเงียบ แพลงกิ้งนอนคนเดียว 3 ที่สบายมาก เพราะไม่มีใครนั่งข้างๆ

โลกมือลา

โลกมือลา

 17,715 total views,  5 views today