เที่ยวไทเป | ไต้หวัน 4 วัน 2 เมือง กับเงิน 2,800 บาท นี่ไปเที่ยวหรือไป Survival

เที่ยวไทเป

เที่ยวไทเป – ถือเป็นความบ้า และ เป็นการท้าทายอำนาจมืดที่สุดในชีวิตที่ครั้งนึงเราเลือกจะทำอะไรแบบนี้ในชีวิตกับการเดินทางไกลบ้าน แต่กลับพกเงินแค่นี้กับเรื่องราว

ไต้หวัน 4 วัน 2 เมือง กับเงิน 2,800 บาท นี่ไปเที่ยวหรือไป Survival

ด้วยความที่ใครๆต่างเล่าว่า ไต้หวันนะคล้ายญี่ปุ่นเลย แต่ราคาถูกกว่าครึ่งต่อครึ่ง เราเลยอยากลองพิสูจน์ว่า มันเป็นไปได้จริงหรอที่คนพกเงินไป 2,800 บาทจะอยู่รอดจริงๆ ตามเรามา 6 August Journey จะเล่าให้ฟังทุกรายละเอียดจ้าตอนนี้เป็นเรื่องราวในไทเป ส่วนอีกตอนเป็นเรื่องของไทจง

เตรียมตัวจากเมืองไทย





 

ทำอะไรที่ไทเป

 

แผนที่เที่ยวที่ดีที่สุด

แผนที่นี่เราหยิบจากที่พักคืนแรกออกมา เที่ยวครบ และ บอกชัดสถานีไหนมีอะไร

เราไปไหนมาบ้าง

คลิกที่นี่ : BEITOU (เป่ยโถว) | สุดยอดบ่อน้ำพุร้อนแห่งกรุงไทเป
คลิกที่นี่ : DADAOCHENG (ต้าเต้าเฉิง) | ย้อนวันวานบนความฮิปที่ไทเป
คลิกที่นี่ : 1914 CREATIVE PARK | แหล่งอาร์ตๆ ฮิปๆ ขวัญใจเด็กแนวไต้หวัน
คลิกที่นี่ : XIMENTING (ซีเหมินติง) | ตะลุยกินกับวัยรุ่นไทเปที่นี่สิ
คลิกที่นี่ : XIANGSHAN (เขาช้าง) | เสียเหงื่อปีนเขา แต่พอเห็นวิวพระอาทิตย์ตกเท่านั้นคุ้ม !
คลิกที่นี่ : CHIANG KAI-SHEK MEMORIAL HALL (อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก) | ความอลังกาลของแสงเช้ารอดเข้าประตู

 

งบที่ใช้สำหรับไต้หวัน 4 วัน 2 เมือง

 1st Day – in – Taipei

การเดินทางเริ่มต้นแล้วไฟท์นี้เริ่มกันตอนตี 2 ที่สนามบินดอนเมือง เราก็มากันตั้งแต่ 18:00 เลยจ้า 55+ มานั่งมานอนกันในสนามบินเนี่ยแหละ นั่งดู Side by side รอจ้า น้ำตานองหน้านักท่องเที่ยวแถวนั้นคงงงกันมาก 55+ แล้วก็ถึงเวลาพี่ NokScoot ประกาศเปิดเช็คอิน

ตามจริงแล้วพี่สาวผึ้งนั่งนำไปรอก่อนด้วยสายการบิน Tiger Airline แล้วนางถึงที่นั้นแล้วแหละแต่เรายังไม่ได้บิน นางบอกว่าอากาศไม่ดีนะ ตกหลุมอากาศด้วย จงเตรียมตัวเตรียมใจ แล้วเพิ่งเคยนั่งพี่ NokScoot ครั้งแรกด้วย ไปลุ้นกันว่าจะเป็นยังไง

ผิดคลาด เครื่องที่ได้เป็น Boing 777 นั่งสบายมากแล้วเครื่องก็ไม่สั่น ไม่อะไรมาก เพราะเครื่องมันใหญ่ ถือว่าเป็นอีกทางเลือกเพราะเจ้านี้ก็จัดโปรบ่อยนะ ไปกลับไทเป 4000 บาทต้นๆแล้วเครื่องใหญ่แบบนี้ด้วย คนขึ้นเต็มแทบทุกรอบนะคุณทำเป็นเล่นไป

อาหารในเครื่องเฉยๆนะ แต่ขนมเค้กเขาอร่อยดีอันนี้ชอบเป็นการส่วนตัว กินเสร็จก็งีบสักประมาณ 1 ชั่วโมงได้ แบบจริงจังแล้วตื่นมาสดชื่นแล้วก็เดินเข้ามาตรวจคนเข้าเมือง มีเรื่องเล่าอีกเรื่องคือ เพื่อนชาวไต้หวันเราเล่าว่าตอนนี้คนไทยหลบหนี้เข้ามาทำงานเยอะ เพิ่งออกทีวีไปไม่นานมานี้มาค้าประเวณี

เที่ยวไทเป

เราเลยคิดว่าในอนาคตที่นี่ก็คงไม่ต่างจากเกาหลีนะ เวลาเข้าเมืองก็จะตรวจเข้มหน่อย เพราะตอนเราไปเพิ่งทำพาสปอร์ตเล่มที่ 2 พาสปอร์ตเรานี่โล่งมากก็โดนถามเยอะแหละ จนเรารู้สึกเหมือนเขาลังเลเลยหยิบพาสปอร์ตอีกเล่มมาให้ดูว่าเราเคยไปที่อื่นมาเยอะนะ เขาถึงจะมีท่าทียอมปล่อยเข้าไป…

เมื่อปล่อยเข้ามาแล้ว ก็ถึงเวลาการเข้าเมืองซึ่งทางเลือกในการเข้าเมืองก็จะมีการนั่งรถไฟ และ นั่งรถบัส ตอนที่แพลนไว้ตั้งใจจะนั่งรถไฟราคา 160 NT$ แต่อยู่ดีๆก็เปลี่ยนใจไปนั่งรถบัส เลยเดินไปทางขวาตามป้ายไปเลยตามนั้น แล้วเดินลงไปข้างล่าง

สังเกตว่ามีหลายเจ้าที่ขาย แต่ไม่ใช่ทุกเจ้าที่จะมุ่งหน้าไป Taipei Main Station เขาก็ชี้บอกแหละซื้อตรงช่องไหนกันแน่แล้วเราก็ได้มาในราคา 90 NT$ (ราคาปี 2017) แล้วก็เดินออกไป เขาก็จะมีชานชาลาเทียบรถอย่างเป็นระเบียบให้เรายืนรอง่ายๆเลย

ประมาณ 8 นาทีได้รถก็มา ตามจริงแล้วรถมาเป็นช่วงรู้สึกจะเว้นระยะ 30 นาทีต่อรอบได้ แล้วรถบัสเขาก็โอเคดูสะอาดดี สำหรับใครที่ซื้อตั๋วตรงนี้ก็ให้ตั๋วเขาไป ส่วนใครที่แวะ Family Mart ก็ซื้อ Easy Link มาแตะตอนขึ้นเลยก็ได้ ไม่ต้องซื้อที่เคาเตอร์ และรถนี้มันจะคล้ายรถประจำทางที่จอดตามป้ายเพื่อรับคนอื่นด้วย

มีคนเคยบอกว่าบนรถบัสมี Free Wifi แต่แบบมันไม่ค่อยเสถียรเท่าไร ลืมเล่าเรื่องอินเตอร์เน็ตไป คือครั้งก่อนเพื่อนเรามาแล้วนางซื้อแบบซิมส์ แล้วมาแชร์อินเตอร์เน็ตกัน แล้วช่วงนั้นโปรเกม่อนฮิตจ้า เน็ตก็เปิด โปรเกม่อนก็จะจับ สรุปแบตหมดอย่างไว !!! แผนล่มกันก็ว่าได้ ครั้งนี้เราเลยใช้บริการ Pocket Wifi จาก Tripizee ความเร็ว 4G แบบ Unlimited เขามีโปรลด 50% มาแชร์กับพี่สาวใช้ วันล่ะ 150 บาท (หาร 2 ก็ 75 บาท * 4 วัน ก็ 300 บาทเอง) แล้วถ้ามากันเป็นกลุ่มก็คุ้มมากนะเราว่า แถมไม่ต้องเปลืองแบตเครื่องใครในการปล่อยสัญญาณ

ไม่นานนักก็มาถึง Taipei Main Station ความที่รถเขาก็จอดเป็นป้ายๆ นึกว่าจอดป้ายเดียวก็เลยต้องรีบเปิดอินเตอร์เน็ตนี่แหละ ว่าแบบมันถึงหรือยังอะไรยังไง แต่ที่ดีงามของรถประจำทางไต้หวันคือ เขาจะมีจอบอกว่าถึงไหนแล้ว แต่ก็ไม่ได้ละเอียดขนาดนั้นนะ และภาษาอังกฤษมาไวไปไวมาก 55+

ก็ลงๆมาก่อน แล้วก็ใช้ Google Map เดินเข้าที่พักเอา มันก็จะดูเหมือนเดินอยู่ในเมืองจีนเลยนะ แต่ไม่ใช่ 55+ ช่วงเวลานี้ขอแว๊บเข้าไปซื้อของสำคัญที่สุดในทริปนี้ มันเป็นเหมือนชีวิตเราเลยก็ว่าได้นั้นก็คือ Easy Card การ์ดดดดดด พูดซะเวอร์ก็ต้องใช้ในทุกการเดินทางค่ะ ขึ้นรถ รถไฟ ได้ด้วยบัตรเดียว เลี้ยวเข้า Family Mart แปบ ค่าบัตรอย่างเดียว 100 NT$ และเราเติมเงินเข้าไป 700 NT$

บัตรที่นี่น่ารักมากซื้อได้ที่ Family Mart นี่แหละ แล้วก็เดินเอากระเป๋าไปเก็บที่โรงแรมคืนแรกของเรา เดินจาก Taipai Main Station นิดเดียวก็ถึง กับที่ MR.LOBSTER’S SECRET DEN (รีวิว) โดยพี่สาวมาถึงประมาณเที่ยงคืนก่อนเขาก็รอให้มาเช็คอินนะเป็นอีกทางเลือกสำหรับใครเดินทางดึก แค่ไลน์แจ้งเขาไว้ได้เลย

มาถึงก็ไปแจมกินอาหารเช้ากับพี่สาว เพราะกินตั้งแต่บนเครื่องบินแล้ว ก็ยังไม่ได้กินอะไรอีกเลย ที่นี่ข้าวต้มอร่อยมาก แล้วสิ่งที่กินกับข้าวต้มก็ไม่มีแบบนี้ในไทย มันแปลก ไม่รู้เรียกว่าอะไร แต่อร่อยมาก คือคืนนี้เราก็พักที่นี่อยู่แล้ว ก็เลยทิ้งกระเป๋าไว้ที่นี่แล้วก็มานั่งกินกับพี่สาว ห้องพักสะอาดดีลองดูเป็นทางเลือก

จากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปที่เที่ยวแรกของทริปนี้คือ Beitou น้ำพุร้อนที่เราเชื่อว่าน้ำสีฟ้าจะเยียวยาทุกสิ่ง มี Easy Card แล้วชีวิตก็ง่ายขึ้น เราก็หยิบแผนที่สุดแสนจะดูง่าย ที่พักแจกฟรีมาเป็นคู่มือในการเดินทาง เดินไปเริ่มเที่ยวกันเลย รถไฟสายสีแดงไปลงกันที่ Beitou กันได้เลย

เวลานั่งดูด้วยนะเก้าอี้สีเข้มๆ หรือริมๆมักจะเป็น Priority seat คนที่นี่ค่อนข้างเคร่งนะรถจะแน่นแค่ไหน หรือ จะว่างแค่ไหนตราบได้ที่เขาไม่ใช่คนแก่ คนท้อง คนพิการ เขาก็จะไม่นั่งเด็ดขาด เรื่องนี้อย่าไปหน้าแตกนั่งเชียว จากนั้นเราก็มาต่อรถไฟสายสีชมพูที่สถานี Beitou เพื่อไปที่ Xinbeitou นั้นเอง

เที่ยวไทเป

ช่วงที่เรามาเป็นหน้าร้อนบ้านเขา ก็ร้อนนะแต่ไม่ได้แสบผิว เหมือนเมืองไทย มันร้อนไม่วูบวาบก็เดินตามป้ายไปเรื่อยๆก่อน อีกเรื่องที่สังเกตเห็นคือ ทุกจุดที่ต้องข้ามถนนเขาจะมีสัญญาณไฟให้แบบที่เราไม่ต้องกด ก็ปฎิบัติตามกฎเขาด้วยนะเธอ

เดินมาตามป้ายเรื่อยๆ จะเจอสวนบ้าง เจอแหล่งน้ำไหลบ้าง ตามที่เราเขียนรีวิวเกี่ยวกับที่นี่เชิงลึกเลยนั้นแหละ ว่าที่นี่เขาจะมีห้องสมุดสวยๆ มีพิพิธภัณฑ์ และสุดท้ายก็คงเป็สิ่งที่อยากเห็นที่สุดคือ บ่อน้ำพุร้อนสีฟ้าๆ แต่ไม่เห็นมีใครบอกเลยว่าเดินไกลไม่น้อยนะ 55+ คำว่า 300 -400 เมตรนั้นอย่าลืมว่าทางมันชันเพราะเหมือนขึ้นเขา

เพื่อนชาวไต้หวันถามว่า พวกคุณคิดอะไรอยู่ถึงมาบ่อน้ำพุร้อน ตอนหน้าร้อนแบบนี้ !!! โอ้ยถึงกับลั่น 55+ คืออากาศมันก็ร้อนอยู่แล้วไง มาเจอไอความร้อนจากบ่อน้ำร้อนเข้าไปอีกก็อยู่บริเวณนี้ไม่นานเท่าไรหรอก ก็แค่อยากเห็นน้ำสีฟ้า เราแอบเดินเข้าไปดูราคาของการแช่น้ำร้อนแบบ Private มาด้วย

ราคาประมาณ 150 NT$ ตอนแรกจะเข้าแล้วแต่เห็นคำว่า Nude คือต้องแก้หมดก็เลยไม่เอาดีกว่า 55+ จากนั้นก็ถึงเวลาเที่ยงแหละ ตามแพลนแล้วเราต้องไปที่ Dadaocheng เพราะเรามุ่งหวังว่าที่นั้นของกินต้องเยอะแน่นอนก็เลยออกจากที่นี่ไปที่ Dadaocheng ไปสถานีไหนอะไรยังไง อ่านได้จากลิงค์ที่แปะเลย

ถ้านั่ง MRT มาต้องเปิด Google Map เดินมาหาถนน Dihua อีกทีแต่ระหว่างทางที่เดินนี่สิ กับทำให้เรามาเจอบะหมี่ 81 ปีที่ไม่เคยเห็นคนไทยรีวิวมาก่อน ด้วยความหิวหรือเปล่าไม่รู้ แต่คงไม่ใช่หรอกเพราะคนมุงเยอะขนาดนี้ เราเลยไปต่อแถวบ้างจังหวะนี้ ถามว่าจะสั่งยังไงก็ไม่รู้นะเพราะพูดจีนไม่ได้ 55+

พี่สาวเราเลยถ่ายรูปป้ายร้านส่งให้เพื่อนชาวไต้หวันดู ว่ารู้จักที่นี่ไหมเขาก็ส่งรีวิวที่คนไต้หวันทำมาให้ แล้วเราก็ชี้ตามรูปเลยว่าจะกินอะไร จากที่คุยกับคนในแถวแล้วเราบอกว่าที่นี่บะหมี่ดัง ทั้งแบบแห้ง และ แบบน้ำเลย เราเลยขอแชร์ (พิกัด) และ (รีวิว) นั้นไว้สำหรับใครจะตามรอยแล้วมาชี้รูป 55+

ปกติแล้วจะสั่งบะหมี่เป็นจานหลัก แล้วสั่งเครื่องใน หมูกรอบ หมูทอด พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ดเป็นเครื่องเคียง มันอร่อยจริงๆ ไม่มีกลิ่นคาวใดๆทั้งสิ้น ที่สำคัญ เราไม่เคยกินน้ำซุปที่ข้น และ รสชาติอร่อยขนาดนี้มาก่อน เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ยกซดให้หมดชามไปเลยอร่อยจริงๆ 55+ หารกันแล้ว 70 NT$ จากนั้นก็เดินไปย่านนั้น

บริเวณนี้มีอะไรให้ทำเยอะมากเลยนะ มาเรียนรู้วิธีชงชา มีชาแปลกๆให้ชิม มีขนมของไต้หวานแท้ๆ ขนมพร้อมแพ็คเกจจิ้งน่ารัก และเราก็เห็นมีคนสอนทำขนมไหว้พระจันทร์ฟรีด้วย เลยลองไปยืนทำ แล้วเขาจะให้พลาสติกเล็กๆรองไว้ให้เราได้ไปเดินกินเล่นไส้อร่อยมากนะ มีไส้งาดำ ไส้แบบที่ไม่ค่อยเห็นที่เมืองไทย

มาเดินเล่นแถวนี้ ถ้าเป็นช่วงเย็นๆ แนะนำให้เดินไปริมน้ำ เพราะตรงบริเวณนี้แต่ก่อนเหมือนเมืองท่าที่จะมีการค้าขายบริเวณนี้ ปัจจุบันจะมีเรือบริการพาเราล่องชมวิว คล้ายกับเรือเจ้าพระยาบ้านเรา ราคาไม่แรงเลย ช่วงกลางคืนยิ่งสวยเพราะเขาจะเปิดไฟตามสะพานที่เรือวิ่งผ่าน

มานั่งพัก นั่งกินแถวนี้ได้นานอยู่ก็ถึงจุดที่เราอยากไปต่ออย่าง สตูดิโอ 1914 CREATIVE PARK ที่เราอยากไปตามหาตัว Totoro ก็เดินกลับไปที่สถานีเดิม แต่ระหว่างทางกลับมันจะมีร้านนึงเลยที่เขาบอกว่าดังในเรื่อง บิงซู และ เมนูอัลมอนด์นั้นก็คือร้าน Summer tree sweet เชื่อเราคุณจะไม่ผิดหวังนั่งกินขนมไป 45 NT$

บางทีก็อิ่มเกินไปนะสำหรับจุดนี้ 55+ ไปกันต่อ 1914 CREATIVE PARK ไปตามหาสิ่งที่ใฝ่ฝันนั่ง MRT ไปต่อตามจริงแล้วพวกเราอยากพักแล้วแหละแต่จุดนี้เขาอยู่ก่อนถึง Taipei Main Station นิดเดียวเลยแวะมาก่อน แต่สิ่งที่พบคือ มวลมนุษย์เต็มไปหมดเพราะมีงาน Event ของ Adidas

การจะเดินชมงาน ชมศิลปะนี่เลิกคิดไปเลย 55+ คือมีแต่คนเต็มไปหมด เราจึงอยากแนะนำสำหรับใครที่จะมาให้มาวันธรรมดา และเป็นช่วงที่คนเขาทำงานกัน เพราะจะได้เดินชมงาน และซื้อของได้เยอะแยะ ตามจริงแล้วบริเวณนี้มีร้านของกินเล่นน่ารักเยอะนะ แต่แบบแทบไม่มีที่ว่างสำหรับเลย

แต่สิ่งที่เราสังเกตเห็นที่นี่เลยคือ คนที่นี่เขาเลี้ยงสุนัขแปลกๆเยอะดีนะ แล้วดูเป็นคนรักสุนัขกันมาก เพราะเห็นหลายคนจูงมันมาเที่ยวด้วย ไปทั้ง 2 เมืองก็เจอคนจูงมาเล่นทั้งสองเมืองเลย น่ารักดีเราไปเจอตัวนึงแปลกดี 55+ เก็บภาพมาฝาก

จากนั้นเราก็กลับที่พักไป พักเล่น อาบน้ำเล็กน้อย เมื่อฟ้ามืดลงแล้วเราก็ออกมาหาอะไรกินอีกรอบ มุ่งหน้าไปเป็นวัยรุ่นย่านสยามบ้านเขานั้นก็คือ Ximending นั้นเองด้วยความที่ขี้เกียจเดินไปรถไฟใต้ดินเลยนั่ง Taxi เอาแล้วหารกับพี่สาวคนล่ะครึ่งราคาโอเคอยู่ แต่ Taxi ที่นี่ราคาแรงกว่าไทยมากนะ นั่งแปบเดียวร้อยกว่าบาทแล้ว (เริ่มที่ 70 NT$) เราโดนไป 75 NT$ เมื่อหารมาแล้ว

ตามจริงแล้วถ้ามาด้วย MRT จะสะดวกที่สุดเลยเพราะออกทางออกที่ 5 ของสถานี Ximen ก็จะเจอเลย H&M ตึกเบอเริ่ม ตามจริงก็ออกมาหาอะไรกินแถวนี้แหละ แต่ประเด็นคือย่านนี้ของกินเยอะมาก ตัดชาบูหมาล่าออกไป เพราะมันเผ็ดเราคงกินไม่ไหว อีกอย่างแพงจ้า 600 NT$ ได้ เราเลยมาเริ่มกันที่ร้านไก่ป็อป 75 NT$ อิ่ม !!!!

แล้วเขาก็มีบะหมี่อาจง ปลาหมึกชื่อดัง ไก่ทอดยักษ์ มากมายหลากหลาย แต่เราอิ่มตั้งแต่กลางวันแล้ว 55+ เลยไปตามหาชาเสาวรสกินกัน จากร้าน Coco-tea สืบเนื่องจากจะตามรอยเรื่องราวของคำว่า อร่อยต้องแดรก จากเพจ เจ๋อโบ กวนจีนก็ตามนั้นเลยได้ชาเสาวรสมากิน เมนูมีภาษาไทยด้วยฮิตขนาดไหนคิดดู แก้วใหญ่มากกินไม่หมดสนนราคาที่ 45 NT$ เอง

ใกล้ๆร้านตรงนี้มีศาลเจ้านึงสวยมากเลย ก็เลยเดินเข้าไปถ่ายรูปเล็กน้อย แล้วเดินออกมาจากศาลเจ้าก็เจอของชิมฟรีนั้นแหละเป็นขนมอร่อยๆ พอชิมแล้วอร่อยก็เลยเข้าไปโดนดีกว่าคือปกติแล้ว เค้กสัปปารดที่ไต้หวันจะดัง แต่ร้านนี้มีหลายขนมอร่อยๆ ต้องมาโดนเอง แถมแพคกิจจิ้งก็น่ารักพี่สาวเราโดนไปหลายร้อยแต่เรายัง 55+

อิ่มมากๆ ก็มานั่งชมการแสดงเปิดหมวกที่หน้า H&M เพลินๆก่อนที่จะกลับเข้าที่พัก มีดนตรีประกอบครบสูตรพร้อมความสามารถเฉพาะตัวด้วยดีงามสุดๆ ถือเป็นเมืองที่น่ารักดีนะสำหรับ ไทเป

 

2nd Day – in – Taipei

ความตั้งใจตั้งแต่เมื่อคืนเลยคืออยากจะมาถ่ายแสงเช้าให้ที่ อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก เราเลยตั้งใจตื่นตั้งแต่ตี 5 จุดเริ่มต้นของความเงิบ การตื่นเช้า MRT ยังไม่เปิดแน่นอนจึงได้ลองใช้ Uber ที่ประเทศนี้ (ที่นั้น uber ยังผิดกฎหมายคล้ายประเทศเราปี 2017) แต่เราอยู่ไทย เราก็ใช้ Uber นะ =/\=

เราตั้งใน App ว่าเราจะไป Chiang kai shek Memorial hall มันก็เป็นที่นี่จริงๆนะ แต่มันไม่ใช่ที่ๆเราจะไป คือมันเป็น Hall ในมหาลัยแห่งชาติไทเป ที่มี Hall ชื่อแบบนี้ !!! เฟลแต่เช้าเลย 55+ อุตส่าตื่นแต่เช้า เลยเก็บบรรยากาศมหาลัยมาฝากกัน เผื่อใครสนใจจะมาตามรอย 55+ โดนค่า Uber ไป 112 NT$

สุดท้ายก็รีบเดินให้ทันแสงเช้าอยู่ดีด้วยการรีบเดินไป MRT ที่ใกล้ที่สุดเพื่อมุ่งหน้าไปที่ MRT สถานี Chiang kai shek Memorial hall จริงๆ รู้สึกเหมือนเดินคนเดียวในโลกจริงๆ ไม่มีใครเลย แค่รถก็วิ่งน้อยมากแล้ว อากาศดีด้วย

ในที่สุดเพียงสถานีเดียวก็มาถึง เรื่องดีคือเรายังมาทันแสงเช้าแหละ คือแสงยังไม่จ้ามากเท่าไรยังพอถ่ายภาพได้ ที่นี่คนแก่นิยมมาออกกำลังกายกันเต็มเลย แล้วก็จูงหมามาเล่นกัน เต็มเลย เงียบๆคนไม่จอแจ

จากนั้นเราก็กลับที่พักเพื่อไปกินข้าวต้ม ที่อร่อยมากอีกแล้ว 55+ ยังคงยืนยันว่าข้าวต้มที่นี่อร่อย วันนี้เป็นวันจันทร์แล้ว คนมาพักจึงไม่มากเท่าเสาร์อาทิตย์ ก็เลยนั่งกินได้สบายๆ กินไปเลยค่ะเอาให้อิ่มเพื่อจะดำรงชีพกันต่อ

วันนี้พี่สาวเราจะมีเพื่อนนางที่เป็นคนไต้หวันจะพาแยกเที่ยว โดยนางไปที่ ภูเขา Yangming หรือที่เรารู้จักในชื่ออีกชื่อว่า ยานมิงซาน นั้นแหละ ส่วนเราเพื่อนเราก็ชวนไปกินร้านชื่อดังของที่นี่อย่าง (In Paradise) โดยนางจะเป็นคนเลี้ยงเรามื้อนี้ ไปค่ะนั่ง MRT ไปลงสถานี The city hall ทางออกที่ 3 กัน

ไม่คาดคิดเลยว่าจะได้มาร้านหรูขนาดนี้ เป็นร้านที่เพิ่งเปิดได้ 3 เดือนแต่นางบอกว่าคนแห่มากินเยอะมาก แล้วเป็นแบบนั้นจริงถึงเวลาเขาจองมาแล้วจริงแต่ทุกคนก็จะมายืนต่อแถว เพื่อรอเข้าไปจับจองที่นั่งและของกิน ที่นี่เองที่ทำให้เราได้ลองกินหอยเป๋าฮื้อ ครั้งแรกในชีวิต ครั้งแรกกินไปเลยค่ะ 4 ชาม 55+

สรรพคุณความดีงามพระรามเกล้า ช็อคโกแล็ต Royce ไอติม Hargenn daz จะพบได้ที่นี่ (รีวิว In Paradise) ก็นั้นแหละคุณผู้ชม เพื่อนเลี้ยงดูปูเสื่อกันเป็นอย่างดี เท่านั้นยังไม่จบเราไปกันต่อที่ Kaifun นี่เป็นวันแห่งของกินจริงๆ อยากจะรีบกลิ้งไปเที่ยวตั้งแต่เวลานี้

ความจี๊ดเด็ดดวงของที่นี่เลยคงเป็นชามะนาวแก้วนี้เลย 55+ นี่ไม่ได้ประชดใช่ไหม… มันเป็นจุดขาย ถ้าไม่เปรี้ยวก็กดลงไปก็จะเปรี้ยวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดมื้อนี้เพื่อนเราก็เลี้ยงแหละ นางอยากให้ลองอาหารเสฉวน !!! มาไต้หวันแต่กินอาหารเสฉวนคืออะไร แค่เห็นก็เหงื่อแตกแล้ว

ทุกจานจะมีพริก เพราะที่เสฉวนเขาจะอากาศหนาวมาก เขาเลยอาศัยความเผ็ดร้อนของพริกมาทำให้เหงือแตก ปากชา แต่ที่เรากินมันไม่ได้เผ็ดแบบตำปูปลาร้า 5 เม็ด มันกำลังดีไม่ได้เผ็ดแบบต้องดื่มน้ำตาม ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ที่ดีในการมาไต้หวันครั้งนี้ ต้องขอบคุณเพื่อนๆ จากนั้นเราก็มุ่งหน้ามาที่พักอีกที่เพื่อมาเก็บกระเป๋า

อันนี้อยากลองนอนแบบแคปซูลบ้าง แล้วราคามันเบามากด้วยนะที่เราบอกถ้ามา 4 คนตกคนล่ะ 450 บาทไทยต่อคืนเองสำหรับที่นี่ Muiu Inn ที่เดินจาก Taipei Main station แค่ 5 นาที แต่มันก็เล็กจริงๆนะ 55+ พี่สาวเราเข้าไปคนเดียวเต็มคิดดูเรานอนเตียงชั้น 2

เหลือบมองนาฬิกานี่เวลาใกล้พระอาทิตย์จะตกดินแล้ว !!! แย่แล้วต้องรีบมุ่งหน้าไปที่ Xiangshan หรือเขาช้าง เอาอีกแล้วเมื่อเช้าก็พลาดเรื่องจะถ่ายแสงเช้าแล้ว ตอนเย็นต้องห้ามพลาดจุดนี้เด็ดขาด ก็รีบนั่ง MRT สายสีแดงไปลงที่ Xiang Shan เลยโดยที่ทุกอย่างดูช้าไปหมดเพราะใจเราอยู่บนเขาแล้ว

เที่ยวไทเป

เรารีบเดินมาก รีบเดินแบบตั้งแต่ MRT จนถึงจุดชมวิวจุดแรกเราใช้เวลา 15 นาทีในการปีนขึ้นมา นี่ยังตกใจตัวเองไม่หาย ตกใจกว่านั้นคือลืมหยิบขวดน้ำขึ้นมาด้วย พล่าง !!! น้ำตาแทบไหลหิวน้ำมาก แต่ก็อดทนนั่งรอเวลาพระอาทิตย์จะเคลื่อนตัวลงมาสวยๆ

เที่ยวไทเป

ที่นี่นะ เขาว่ากันว่าช่วงเวลาที่สวยคือช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปได้ประมาณ 5 นาทีเพราะช่วงเวลานั้นไฟตามตึกจะเริ่มเปิด แล้วมันจะระยิบระยับโดยที่ฟ้ายังไม่มืดสนิทมากนัก เราก็เลยนั่งรอช่วงเวลานั้นกันแบบพลางๆ นอกจากจะลืมน้ำแล้ว ขาตั้งกล้องก็ลืม ภาพที่ได้ก็อาจจะไม่สวยมากนัก 55+

เที่ยวไทเป

เที่ยวไทเป

พอมืดแล้วเราก็เดินลงเขามา เขามีไฟตลอดทางนะไม่ต้องเป็นกังวล แล้วก็เดินเรื่อยๆ เพราะตอนขึ้นมานี่แทบไม่ทันมองอะไรเลย แถวนี้มีอะไรให้แปลกใจด้วย ถนนมีเพชรวิบวับเต็มไปหมด ใครมาเดินตอนกลางคืนลองมองดูสิ 55+ แถว Xiangshan นะ

เที่ยวไทเป

ค่ำคืนนี้เราจะอยู่ที่ ไทเปเป็นคืนสุดท้ายก่อนที่จะมุ่งหน้าไปที่ ไทจง ก็เลยอยากเดินให้นานเท่านั้นเลยไปเดินเล่นที่ Ximenting ต่อไม่ได้จะกินหรืออะไรนะ แต่แบบมันอยู่ใกล้ที่พักเราดี เราเลยมาลงตรงนี้แล้วเดินเล่นดีกว่าไปเจอขบวนน้องหมา เขาพามาเดินเล่นหรือขายก็ไม่รู้ 55+

เที่ยวไทเป

แล้วก็เดินกลับมาเรื่อยๆ จนแอบเห็นความงามยามค่ำคืนของที่นี่ตรงถนนใกล้ๆที่พักเลยแวะถ่ายรูปเก็บความทรงจำคืนสุดท้ายของที่นี่ก่อน และก็คาดหวังจะกลับมาอีกครั้ง ครั้งต่อไปคงเตรียมเงินมาเยอะขึ้นเพื่อนมาเก็บที่เที่ยวธรรมชาติแทน 55+

เที่ยวไทเป

3rd Day – in – Taipei to Taichung

ตื่นสาย ชิลๆเลยวันนี้ เพราะตื่นเช้ามา 2 วันติดแล้ว เพื่อมุ่งหน้าไปที่ ไทจง โดยเราลืมไปเลยว่าต้องไปยังไง เริ่มจากตรงไหน จากนั้นเราก็เริ่มหาข้อมูล คือนั่งรถบัสนี่ใช้เวลานานมากแน่นอนเลย 2 ชั่วโมงครึ่ง เลยตัดทิ้ง จึงเหลือแค่รถไฟ ที่พักเราเมื่อคืนก็อยู่บริเวณ Taipei Main Station พอดี ก็เดินลงไปเลย

คือเดินมั่วๆในนั้นก็จะเจอรถไฟข้ามเมือง คือจะเห็นบนเครื่องหยอดเหรียญจะมีให้เลือกว่าจะไปลงที่ไหน แล้วจะเห็น 3 ราคาแยกตามสี น้ำเงิน เหลือง แดง ซึ่งเราก็ไม่ดูตามาตาเรือ มาแบบสมอง Blank ๆ โดนไป 375 NT$ ถือว่าจบทริปนี้ด้วยการมุ่งหน้าไปไทจงจ้า เหลือเงินเยอะอยู่สบายใจ

ขอพูดเรื่องประเด็นข้ามเมืองนิดนึงจ้า คือคนไทยเราๆจะรู้จักตัว THSR ว่าแบบเป็นรถไฟความเร็วสูง แต่ราคาเขาก็แพงกว่าธรรมดา ช่วงเวลานี้เราไม่ได้รีบร้อนเลยนั่งแบบธรรมดาอย่าง Taiwan Railway Administration (TRA) ธรรมดาซึ่งเขาจะมีให้เลือก 2 แบบ
สีแดง (Express) – ที่นั่งชัดเจน จอดเฉพาะเมืองจริงๆ ซึ่งเรานั่งแบบนี้ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 36 นาที
สีน้ำเงิน (Local) – จอดทุกสถานีที่ผ่านจ้า ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงขึ้นไป

ไปต่อกันที่ไทจง >>>

 40,457 total views,  3 views today